‘กรุณพล’ ยันมติก้าวไกล อยากได้ผู้นำฝ่ายค้าน นัดเคลียร์ ‘ปดิพัทธ์’ 28 ก.ย. รับเสียดายแต่ต้องเลือก

27.09.23 | 15:13 น.

‘กรุณพล’ ยันมติที่ประชุมใหญ่ ก.ก. อยากได้ผู้นำฝ่ายค้าน นัดเคลียร์ ‘รองอ๋อง’ 28 ก.ย. รับเสียดายแต่ต้องเลือก 1 ตำแหน่ง ชี้หากขับออกจริงขึ้นอยู่กับ กก.บห.

เมื่อเวลา 13.42 น. วันที่ 27 กันยายน ที่รัฐสภา นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวถึงการประชุม ส.ส.ของพรรควานนี้ (26 ก.ย.) ในเรื่องของตำแหน่งรองประธานสภาว่า จะมีการประชุมอีกครั้งร่วมกับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 เนื่องจากในครั้งที่แล้วนายปดิพัทธ์ ยังไม่กลับจากสิงคโปร์ แต่ขณะนี้มีมติออกมาชัดเจนแล้วว่า พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ต้องการตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านที่จะผลักดันประเด็นต่างๆ และขับเคลื่อนสภา รวมถึงตรวจสอบรัฐบาล เพราะฉะนั้นจะมีการพูดคุยกับนายปดิพัทธ์ว่า เมื่อพรรคมีมติเช่นนี้แล้วนายปดิพัทธ์ยอมรับกับมติของที่ประชุมอย่างไร โดยจะมีการประชุมในวันพรุ่งนี้

เมื่อถามว่า หากนายปดิพัทธ์ไม่ลาออกจะต้องมีการขับออกหรือไม่ นายกรุณพลกล่าวว่า ต้องอยู่ที่กรรมการบริหารพรรคว่าจะมีมติอย่างไร การพูดคุยยังไม่เริ่มขึ้น คงตอบได้ลำบาก

เมื่อถามว่า ยืนยันหรือไม่ว่า พรรค ก.ก.ต้องได้ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ก่อนที่จะมีการประชุมสมัยหน้า นายกรุณพลกล่าวว่า ใช่ มั่นใจว่า ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านสามารถผลักดันประเด็นที่แหลมคม และทำการตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างชัดเจน รวมถึงกรรมาธิการหลายคณะที่เราได้เป็นประธาน เราจึงมีความกังวลว่าเมื่อมีการตรวจสอบภาครัฐโดยที่ประธาน กมธ.ไม่ใช่สัดส่วนของพรรคฝ่ายค้าน อาจมีปัญหาหรือความล่าช้าในการตรวจสอบ การมีตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ย่อมทำให้เราตรวจสอบได้ดียิ่งขึ้น

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยหรือไม่ว่า จะรักษาทั้ง 2 ตำแหน่ง นายกรุณพลกล่าวว่า มี แต่ด้วยรัฐธรรมนูญมีข้อกำหนดว่า พรรคที่มีผู้นำฝ่ายค้านไม่สามารถมีตำแหน่งประธานสภา รองประธานสภา หรือรัฐมนตรีได้ ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญ กรรมการบริหารพรรคคงวางแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อยู่แล้ว

Advertisement

เมื่อถามว่าเสียดายหรือไม่ หากต้องขับนายปดิพัทธ์ออก นายกรุณพลกล่าวว่า ส่วนตัวแล้วสนิทกับนายปดิพัทธ์ ก็เสียดาย แต่เท่าที่เคยคุยกันไม่เกี่ยวกับการขับหรือไม่ขับ ตัวนายปดิพัทธ์เองไม่เคยเข้าพรรคและไม่เคยเข้าร่วมประชุมของพรรคเลย หรือแสดงความเห็นใดๆ ถึงนโยบายหรือญัตติของพรรคเลย ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งประธานสภา ต้องบอกว่านายปดิพัทธ์ เป็นคนนอกของพรรคตั้งแต่วันที่รับตำแหน่งแล้ว

เมื่อถามว่า หากต้องขับออกจริงๆ จะมีเหตุผลเพียงพอต่อการชี้แจงต่อประชาชนหรือไม่ นายกรุณพลกล่าวว่า อยู่ที่ กก.บห.พรรค และนายปดิพัทธ์ ว่าเหตุผลที่จะยังอยู่หรือจะลาออกจะเป็นอย่างไร เพราะในวันนี้ยังไม่ตัดสินใจได้ว่า นายปดิพัทธ์จะยังคงอยู่ในตำแหน่งหรือยินดีที่จะลาออก เพื่อมาร่วมงานกับพรรค ก.ก.อีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามถึงกรณีที่นายปดิพัทธ์เคยระบุว่า อยากทำงานตรงนี้ต่อ เนื่องจากยังมีแผนการทำงานอีกมาก นายกรุณพลกล่าวว่า ได้ยินมาเช่นเดียวกันว่านายปดิพัทธ์มีแผนที่อยากให้สภาโปร่งใสและทันสมัย เทียบเท่ากับประเทศโลกที่ 1 ที่พัฒนาแล้ว โดยทำให้สภาเป็นที่รวมของประชาชนทุกคน แต่ก็ต้องอยู่ที่การพูดคุยของ กก.บห.พรรค ว่าสุดท้ายแล้วเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ และแนวทางการทำงานของนายปดิพัทธ์จะเป็นไปในทิศทางหรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็คงต้องมีการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง จาก กก.บห.พรรคซึ่ง ส.ส.ทุกคนคงไม่มีสิทธิก้าวล่วงในการตัดสินใจนั้น

เมื่อถามว่า ส่วนตัวอยากเห็นนายปดิพัทธ์อยู่ในตำแหน่งใด นายกรุณพลกล่าวว่า ส่วนตัวอยากเห็นในตำแหน่งรองประธานสภา เนื่องจากนายปดิพัทธ์อยากให้สภาขับเคลื่อนด้วยความรวดเร็วและตรวจสอบได้ คิดว่านายปดิพัทธ์น่าจะเหมาะกับการดูแลสภาแห่งนี้

เมื่อถามว่า หากต้องขับนายปดิพัทธ์จริงรับได้ใช่หรือไม่ นายกรุณพลกล่าวว่า ถ้าแค่ขับออกก็รับได้ แต่ถ้าให้อยู่ก็ยินดีมากๆ

เมื่อถามถึงข้อครหาใช้อะไรเพื่อรักษาทั้ง 2 ตำแหน่ง นายกรุณพลกล่าวว่า ไม่กังวล เพราะไม่มีคำตอบในทุกคำถามอยู่แล้ว เชื่อว่า กก.บห.พรรคและนายปดิพัทธ์ น่าจะมีคำตอบที่ชัดเจน ตรงไปตรงมาให้กับประชาชน

เมื่อถามว่า หากนายปดิพัทธ์ลาออกแล้วตำแหน่งนี้ไปอยู่กับพรรคอื่นจะคุ้มหรือไม่ นายกรุณพลกล่าวว่า ถ้าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญเราคงใช้คำว่าคุ้มหรือไม่คุ้มไม่ได้ เพราะเป็นข้อกำหนดที่บังคับอยู่ สุดท้ายเราจำเป็นต้องเลือก 1 ตำแหน่ง หากพรรค ก.ก.มี ส.ส.151 คน จะปล่อยให้ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านไปอยู่ในมือของพรรคที่มี ส.ส.หลัก 10 เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ถ้าพรรค ก.ก.พลาดจากการเป็นรัฐบาลควรจะเป็นผู้นำฝ่ายค้าน

เมื่อถามว่า การขับนายปดิพัทธ์ออกไปพรรคอื่น พรรคนั้นอาจถูกมองว่าเป็นพรรคสำรองของพรรค ก.ก.หรือไม่ นายกรุณพลกล่าวว่า แล้วแต่มุมมอง ในกรณีที่จับออกแล้วไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย (พท.) พรรค พท.จะเป็นพรรคสำรองของพรรค ก.ก.หรือไม่ หรือถ้าขับออกแล้วไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แล้วพรรค พปชร.เป็นพรรคสำรองของพรรค ก.ก.ก็คงจะไม่ใช่คำตอบ เพราะฉะนั้นอยู่ที่ความเชื่อและความเห็นของแต่ละคน คงไม่สามารถห้ามความคิดใครได้