‘โรม’ แนะ ‘เศรษฐา’ มีหัวใจกล้าหาญด้วยกระดุม 5 เม็ด เลิกทำให้ตำรวจหิว เชื่อปฏิรูปตำรวจไม่ง่าย ปูดนอกจากมี ‘ตั๋วช้าง’ ยังมี ‘ตั๋วแมมมอธ’
เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 28 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนของ นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) เสนอญัตติเรื่องขอให้สภาร่วมกันเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในองค์กรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ซึ่งมีผลกระทบต่อประชาชน และญัตติของ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ซึ่งมีลักษณะทำนองเดียวกัน คือขอให้สภาพิจารณาปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นใน ตร. เพื่อส่งความคิดเห็นของสมาชิกให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบต่อไป
นายรังสิมันต์เสนอญัตติว่า จากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายราย ได้แก่ การยิงตำรวจเสียชีวิต เนื่องจากมีความพยายามแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในกองบังคับการตำรวจทางหลวง หรือ คดีกำนันนก และ คดีส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษเพื่อดำเนินการจับกุมคณะทำงานของ รอง ผบ.ตร. หรือการบุกค้นบ้านพักของ รอง ผบ.ตร. โดยมีความเห็นจากอดีตตำรวจหลายรายว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ และคาดว่าน่าจะมีเหตุผลพิเศษนอกจากการทำหน้าที่ตามวิสัยของตำรวจทั่วไป
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ทั้ง 2 กรณีส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อหน่วยงานตำรวจ โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ รวมถึงยังขาดความเชื่อมั่นการแต่งตั้งโยกย้ายภายใน ตร. เหตุการณ์ดังกล่าวยังเกิดขึ้นในช่วงที่จะมีการเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ ทำให้ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาอาจเป็นการทำไปเพื่อช่วงชิงตำแหน่ง ผบ.ตร.ระหว่างคนในวงการตำรวจด้วยกันเอง และอาจถูกมองว่าเป็นการตัดตอนตำรวจที่ทำคดีกำนันนกให้ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้มีนักข่าวสัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรี เรื่องการสังคายนาตำรวจ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ตอบว่าอย่าไปใช้คำว่า “สังคายนา” เพราะเป็นการทำลายเกียรติของตำรวจ นั่นแสดงให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้มีความจริงใจที่จะปฏิรูปตำรวจใช่หรือไม่ ทั้งที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการทุจริต ซึ่งทราบดีว่าการปฏิรูปตำรวจนั้นไม่ง่าย เพราะมีเรื่อง ตั๋วช้าง หรือคนของท่านเองเป็นตัวประกัน แม้จะได้เป็น ตั๋วแมมมอธ แต่แมมมอธก็สูญพันธ์ได้ วันนี้จึงเป็นตัวประกันว่าจะทำอะไรก็ยากลำบาก แต่หากท่านไม่ลงมือทำอะไรเลย องค์กรตำรวจก็จะอยู่ในสภาพนี้ต่อไป ทั้งนี้ สิ่งที่ตนต้องการมีเพียงข้อเดียวที่เป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปตำรวจคือนายกรัฐมนตรีต้องมีความกล้าหาญ กล้าที่จะทำ กล้าที่จะปฏิรูปให้ตำรวจดีๆ มีที่ยืนอยู่บ้าง ถ้าท่านมีหัวใจที่กล้าหาญ กระดุม 5 เม็ด ที่ตนจะอภิปรายต่อจากนี้จะเป็นไกด์ไลน์ให้กับนายกรัฐมนตรี
นายรังสิมันต์กล่าวว่า กระดุมเม็ดแรก คือต้องทำให้การเลือก ผบ.ตร.เป็นการเลือกด้วยความสามารถ มีเหตุผล เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของวงการตำรวจและประชาชน การเลือกใครไม่สำคัญเท่าการเลือกด้วยวิธีการใด ซึ่งพรรค ก.ก.เสนอการเลือก ผบ.ตร.ด้วย 3 ขั้นตอนที่สามารถทำได้ด้วยพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจฉบับปัจจุบันและสามารถทำได้เลย คือ 1.ต้องเปิดให้รอง ผบ.ตร.ที่ต้องการเป็น ผบ.ตร.สมัครเข้ามาพร้อมแฟ้มผลงาน 2.ต้องมีการแสดงวิสัยทัศน์ให้สังคมเห็นและแสดงความคิดเห็น และ 3.ทำแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ตำรวจสมัครเข้ามาเลือกว่าเขาอยากให้รอง ผบ.ตร.คนไหนเป็น ผบ.ตร. ซึ่งถือเป็นการซาวเสียงสำหรับตำรวจชั้นผู้น้อย เพื่อให้นายกรัฐมนตรีจะได้มีข้อมูลต่างๆ แล้วสามารถเลือกได้ว่าจะเลือกใครเป็น ผบ.ตร.
นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า กระดุมเม็ดที่ 2 คือต้องแก้ไข พ.ร.บ.ตำรวจใหม่ด้วยการกระจายอำนาจตำรวจเพื่อให้จังหวัดและประชาชนในจังหวัดนั้นได้เข้ามามีบทบาทต่างๆ และกำหนดทิศทางของการแก้ไขปราบปรามอาชญากรรม เพราะในแต่ละพื้นที่มีปัญหาไม่เหมือนกัน รวมถึงการแต่งตั้งโยกย้ายไม่ควรให้ผู้บังคับบัญชามีดุลพินิจเพียงอย่างเดียว ควรเปิดให้เพื่อนร่วมงานได้ประเมินท่านด้วย
นายรังสิมันต์กล่าวว่า กระดุมเม็ดที่ 3 คือนายกรัฐมนตรีต้องอย่าทำให้ตำรวจหิว อย่าทำให้ตำรวจต้องไปหาเงินเองเพื่อความอิ่มท้องและความสุขสบายของครอบครัว เราควรมาคุยกันได้แล้วว่าเงินเดือนที่เหมาะสมของทุกตำแหน่งคือเท่าไหร่ หากไม่ทำกระบวนการเช่นนี้ก็จะไม่มีทางที่จะทำให้ตำรวจเลิกรับส่วย หรือสินบนได้ สิ่งที่ท่านต้องทำคือการเปลี่ยนเงินจากการเช่ารถหรูที่ได้ประโยชน์อยู่ไม่กี่คน มาสู่ตำรวจชั้นผู้น้อยได้ทำงานได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องควักเงินในกระเป๋าตัวเอง หรือไม่ปัญหาด้านการทุจริตจะค่อยๆ หมดไป
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า กระดุมเม็ดที่ 4 คือรัฐบาลควรส่งเสริมให้ตำรวจชั้นประทวนมีโอกาสเติบโตให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมให้ตำรวจชั้นประทวนที่ยังไม่จบปริญญาตรีให้เข้าถึงการศึกษาต่อไป ส่วนคนที่มีปริญญาตรีอยู่แล้วควรส่งเสริมให้มีหน้าที่ที่สูงขึ้นได้ในอนาคต กลายเป็นว่าชั้นประทวนต้องรอไปจนอายุ 53 ปี ถึงจะขึ้นไปสัญญาบัตรได้ ต้องกลับมาทบทวนเรื่องการเติบโต ส่งเสริมให้มีสิทธิ จึงขอให้นายกรัฐมนตรีช่วยพิจารณาพวกเขาด้วย และ กระดุมเม็ดที่ 5 คือรัฐบาลต้องเลิกสิ่งที่ไม่จำเป็นทั้งหลายที่ตำรวจต้องทำ ไม่ว่าเป็นการติดตามผู้บังคับบัญชาและโครงการที่ไม่จำเป็นที่ตำรวจต้องรับผิดชอบ เช่น โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช เป็นต้น รวมถึงการยกเลิกบังคับทรงผมที่เป็นอยู่ในขณะนี้ นี่คือการเคารพต่อหัวของเขาอย่างที่สุด
“ทั้งหมดที่ผมพูดมาคือกระดุม 5 เม็ดที่อยากให้นายกฯเศรษฐา ซึ่งวันนี้ท่านเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของตำรวจ ท่านสามารถนำ 5 ข้อนี้ไปใช้ได้ หรือบางข้อก็ได้ ผมเชื่อว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ให้องค์กรตำรวจดีขึ้น แต่สุดท้าย 5 ข้อนี้จะทำสำเร็จได้ เราต้องการความกล้าหาญของชายที่ชื่อ เศรษฐา ทวีสิน” นายรังสิมันต์กล่าว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

