เดินหน้าชน : เร่งปฏิรูป ตร.
ปฏิบัติการตำรวจไซเบอร์บุกค้นบ้านพัก “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ช่วงสัปดาห์ก่อน สืบเนื่องจากการขยายผลปราบเว็บพนันออนไลน์ มีการออกหมายจับ 8 นายตำรวจทีมรอง ผบ.ตร.
ทำให้แวดวงตำรวจร้อนระอุทะลุปรอท
ทั้งการที่ “บิ๊กโจ๊ก” เดินหน้าฟ้องร้องดำเนินคดีทีมตรวจค้นว่าละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ การฟ้องเอาผิดมาตรา 157
การออกมาทิ้งบอมบ์ของ “บิ๊กโจ๊ก” จนสั่นสะเทือนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ว่า “รู้ว่าใครเป็นคนดำเนินการกับเรื่องราวทั้งหมด รู้ว่าใครเป็นคนสั่ง แต่ไม่อยากทุบหม้อข้าวตัวเอง ถ้าทุบหม้อข้าวตัวเองคงตายทั้ง ตร.”
การออกมาเคลื่อนไหว เดินหน้าชนของ “บิ๊กโจ๊ก” สะท้อนภาพชัดเจนถึงปัญหาความขัดแย้งในแวดวงตำรวจ
คำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีการเข้าค้นบ้านพักของตำรวจชั้นผู้ใหญ่และเคหสถานอื่นหลายแห่งทั่วประเทศ ที่ลงนามโดยนายกฯ “เศรษฐา ทวีสิน” น่าจะคลี่ปมปัญหาได้แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
โจทย์ใหญ่ที่รออยู่คือการปฏิรูปตำรวจ ที่ยื้อกันมาตั้งแต่ช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมาจนถึงรัฐบาลปัจจุบัน
เห็นด้วยกับการออกมาเรียกร้องของ ส.ส.ทั้งจากซีกรัฐบาล และฝ่ายค้านที่จะเสนอญัตติด่วนในวันพุธที่ 4 ตุลาคม ให้ตั้งกรรมาธิการขึ้นมาแก้ปัญหาความขัดแย้งใน ตร.
อย่าลืมว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาของแวดวงตำรวจเท่านั้น แต่เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบมาถึงประชาชน
อย่างที่ “รังสิมันต์ โรม” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้พูดถึงการปฏิรูปตำรวจว่า การสังคายนาตำรวจมีความจำเป็นมากๆ ไม่ใช่แค่เพราะมีตำรวจเกี่ยวโยงกับเว็บพนันในครั้งนี้เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอีกหลายกรณีที่ตำรวจไปเกี่ยวโยงกับธุรกิจผิดกฎหมาย
“การสังคายนาตำรวจ จึงไม่ใช่การลดเกียรติตำรวจ แต่เป็นการทำให้ตำรวจที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา สามารถทำหน้าที่อย่างมีศักดิ์ศรีได้ มีที่อยู่ที่ยืนในองค์กรตำรวจได้ ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อองค์กรตำรวจ”
ปัญหาต่างๆ ที่สะสมมาอย่างยาวนาน จำเป็นที่จะต้องเดินหน้าปฏิรูปตำรวจให้เป็นที่พึ่งและสร้างความน่าเชื่อถือ

