ซีอีโอSC มั่นใจ ’เศรษฐา1’ ปลุกเศรษฐกิจโตแกร่ง เดินหน้าลงทุนดุดันแสนล้าน
เข้าสู่ปีที่ 20 ปีแล้ว สำหรับบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ใต้ปีก”ตระกูลชินวัตร”
ปัจจุบันมี ”ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์” นั่งเป็นซีอีโอ คุมบังเหียนธุรกิจตั้งแต่ปี 2555 ถึงวันนี้ก็ร่วม 11 ปี
เส้นทางผลประกอบการมีกราฟเติบโตทุกปี ล่าสุดปี 2565 ติดท็อป 10 ทำผลประกอบการได้สูงสุด สามารถสร้างยอดขายจบที่ 24,468 ล้านบาท รายได้ 21,583 ล้านบาท และกำไร 2,556 ล้านบาท
สำหรับปี 2566 ประกาศเปิดตัวโครงการใหม่ 25 โครงการ มูลค่า 40,000 ล้านบาท เป็นแนวราบ 22 โครงการ มูลค่า 30,000 ล้านบาท ราคาตั้งแต่ 2.5- 150 กว่าล้านบาท และคอนโดมิเนียม 3 โครงการ มูลค่า 10,000 ล้านบาท ราคาตั้งแต่ 2-400 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 30,000 ล้านบาท และรายได้ 25,000 ล้านบาท

พร้อมลุยธุรกิจสร้างรายได้ประจำทั้งโรงแรม ออฟฟิศ คลังสินค้าให้เช่า โดยเมื่อเดือนมีนาคม 2566 ประเดิมเปิดโรงแรม”YANH ราชวัตร” ระดับ 3-4 ดาว จำนวน 70 ห้อง มูลค่า 300-400 ล้านบาท ราคาห้องประมาณ 2,000 บาทต่อคืน ผลตอบรับค่อนดี มีอัตราเข้าพักเฉลี่ย 60% ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย จีน มาเลเซีย เวียดนามและปี2567 เปิดโรงแรมแบรนด์ใหม่บนถนนสุขุมวิท 29 มูลค่า 2,500 ล้านบาท ตั้งเป้า 3 ปี มีโรงแรม 1,000 ห้อง ในกรุงเทพและเมืองท่องเที่ยว เช่น พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ เป็นต้น
“ผมเข้าบริหารเอสซีได้ 11 ปีแล้ว คิดว่า ผลประกอบการของบริษัทเป็นที่น่าพอใจ ต้องยกเครดิตให้ทีมงานทุกคน มีความแข็งแรง มีความมุ่งมั่นเต็มที่จะทำเพื่อลูกค้า ทำให้ผลประกอบการในแต่ละปีของบริษัทดีขึ้นต่อเนื่อง สิ่งที่ต้องขับเคลื่อนต่อ คือ เรื่องของ Culture ขององค์กร และทำให้ธุรกิจมีความหลากหลายมากขึ้น” ณัฐพงศ์เปิดใจ
พร้อมย้ำว่าแผนงานของSCยังคงเป็นไปตามที่ประกาศโรดแมปไว้เมื่อต้นปี 2566 ภายใน 5 ปี ตั้งแต่ 2566-2570 จะใช้เงินลงทุน 125,000 ล้านบาท และมีรายได้สะสม 150,000 ล้านบาท ทั้งจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและธุรกิจสร้างรายได้ประจำ
“ยังยืนตามแผนเดิม สิ่งที่เราทำวันนี้ เรากำลังทำให้บริษัทเติบโต โดยมีธุรกิจหลากหลายมากขึ้น จะเติบโตกว่าหรือไม่ ผมว่าการเติบโตในวันนี้ ไม่สำคัญเท่ากับความหลากหลายของธุรกิจ เราจะทำทั้งสองอย่างเติบโตไปด้วยกัน คือ มีธุรกิจหลากหลายทั้งที่อยู่อาศัยและrecurring income (รายได้ระยะยาว) ในปีหน้าตัวบุกยังเป็นบ้านแนวราบ ส่วนคอนโดฯคงเปิดตัวใกล้เคียงปีนี้หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ที่จะเพิ่มมากขึ้นคือธุรกิจโรงแรมและคลังสินค้า เพราะมองว่าเป็นธุรกิจมีการโอกาสเติบโตสูง”ซีอีโอSCกล่าวย้ำ
ส่วนผลการดำเนินงานในปี 2566 “ซีอีโอSC”อัพเดตในครึ่งแรกของปี 2566 มีรายได้จากการดำเนินงาน 10,136 ล้านบาท เป็นรายได้จากการขาย 95% และจากการเช่าและบริการ 5% มีกำไรสุทธิ 1,128 ล้านบาท เติบโต 16%
สำหรับในครึ่งปีหลังเดินหน้าเปิด 15 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 23,000 ล้านบาท มีแนวราบ 13 โครงการ มูลค่า 19,000 ล้านบาท โดยมีไฮไลต์วันที่ 19-23 ตุลาคมนี้ เตรียมจัดอีเวนท์พิเศษครอบรอบ 20 ปี ที่พารากอน มีเรื่องราวของSCมาบอกเล่าตั้งแต่จุดเริ่มต้้น ปัจจุบัน และก้าวต่อไปในอนาคต
อีกไฮไลต์มีเปิดตัวครั้งแรกโครงการ”โค้บบ์(COBE) เกษตร-ศรีปทุม” คอนโด 0 เมตรจากสถานีรถไฟฟ้าบางบัว ราคาเริ่มต้น 2.79 ล้านบาท จะเริ่มเปิดขายวันที่ 20 ตุลาคมนี้เป็นวันแรก
ในช่วง 3 เดือนสุดท้าย ”ณัฐพงศ์”ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจ โดยมองว่าความไม่ชัดเจนการเมืองที่เคยเป็นข้อกังวลได้หายไปแล้ว และเห็นการทำงานของรัฐบาลอย่างตั้งใจ มุ่งมั่น ดูจากที่ท่านนายกรัฐมนตรี(เศรษฐา ทวีสิน) เดินทางไปประชุมและคุยกับนักธุรกิจที่ต่างประเทศ และรัฐบาลมีมาตรการออกมาลดค่าครองชีพของประชาชนและกระตุ้นการท่องเที่ยว ทำให้ความเชื่อมั่นของคนเพิ่มขึ้น และบรรยากาศก็เริ่มดีขึ้นด้วย
“มาตรการกระตุ้นที่ออกมาจะสำเร็จหรือไม่ ยังเร็วไปที่จะตอบ แต่คิดว่าควิกวินหรือนโยบายระยะสั้นที่ออกมา ถือว่ารวดเร็วทันใจ ทั้งให้ฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน ทำให้ท่องเที่ยวดีขึ้นแน่ๆ หรือนโยบายต่างๆที่จะออกมาอีก เช่น เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ทำให้คนเริ่มมีความหวัง”ณัฐพงศ์กล่าวอย่างมั่นใจ
ขณะเดียวกันก็มองว่าเศรษฐกิจปี 2567 จะดีกว่าปี 2566 เพราะมีความมั่นใจรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งนำโดยนายเศรษฐา แม้จะเพิ่งเริ่มงาน แต่เห็นความคืบหน้าหลายอย่างที่น่าสนใจและผมขอเป็นกำลังใจให้ท่านนายกรัฐมนตรี
“วันนี้รัฐบาลใหม่มา เรื่องสำคัญคือต้องทำให้ความเชื่อมั่นโดยรวมดีขึ้นก่อน ไม่ใช่จะดีเฉพาะอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง เมื่อทุกอย่างดี ชีวิตประชาชนดี แก้ปัญหาความเดือดร้อน โดยลดค่าครองชีพก่อน เดี๋ยวที่เหลือจะตามมาเอง ทำที่ใกล้ตัวประชาชน ถึงทำให้ความเชื่อมั่นกลับมาเร็ว ส่วนธุรกิจอสังหาฯ หากปลดล็อกมาตรการLTVได้ก็เป็นการดี แต่อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจภาพใหญ่ก่อน ถ้าเศรษฐกิจดี ทุกอย่างจะดีตาม รวมถึงอสังหาฯด้วย” ณัฐพงศ์กล่าวทิ้งท้าย


