09.00 INDEX อ่านทิศทางรัฐบาล ‘เพื่อไทย’ กับทิศทางของ ‘รัฐธรรมนูญ’
ก่อนการประชุม ครม.ในวันอังคารที่ 3 ตุลาคม ไม่ว่าเรื่องทิศทางของการทำ “ประชามติ” เพื่อนำไปสู่การแก้ไขเพิ่มเติม “รัฐธรรมนูญ” จะต้องมีความชัดเจน
คำถามก็คือ พรรคเพื่อไทยจะเปิดใจรับเสียงของประชาชนที่ส่งผ่าน #conforall หรือไม่ เพียงใด
จำนวน 200,000 แสนกว่าที่ร่วมกันลงนามอาจไม่มากนักหากเทียบกับจำนวน 10 กว่าล้านคะแนนเสียงอันพรรคเพื่อไทยได้มาเมื่อเดือนพฤษภาคม
แต่ที่จำเป็นต้องให้เกียรติก็คือ พรรคเพื่อไทยมีความต่อเนื่อง และสัมพันธ์มาจากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน ปัจจัยสำคัญก็คือแรงกระทบอันเนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560
ถามว่าเหตุใดพรรคเพื่อไทยและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จึงมี “ข้อสั่งการ” มอบหมายให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รับผิดชอบเรื่องนี้
สะท้อนให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยตระหนักในความสำคัญของ “รัฐธรรมนูญ” และเข้าใจในเกียรติภูมิของนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่มีอยู่ในทางสังคมจากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน
เป็นเกียรติภูมิบนสถานะแห่งความเป็น “คนเดือนตุลา”
ต้องยอมรับว่านอกเหนือจาก “บารมี” ของพรรคเพื่อไทยที่สะสมต่อเนื่องมาจากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน แล้วความสำเร็จของ “รัฐบาลพิเศษ” นายภูมิธรรม เวชยชัย มีส่วน
มีส่วนตั้งแต่แสดงบทบาทร่วมกับพรรคก้าวไกลภายใต้โครง ครอบแห่ง MOU เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเบียดขบในตำแหน่ง “ประธานสภา”
สถานการณ์การช่วงชิงตำแหน่ง “ประธานสภา” นั้นเองก่อให้เกิด MOU ฉบับพิเศษเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยอย่างมีนัยสำคัญ
ทำให้เกิด “พันธะสัญญา” ผูกมัดให้พรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องชูประเด็นของ “ประชามติ” และการแก้ไขเพิ่มเติม “รัฐธรรมนูญ” เป็นวาระสำคัญในทางการเมือง
คำถามอยู่ที่ “ทางเลือก” ของพรรคเพื่อไทยจะเป็นอย่างไร
ด้านหนึ่ง พรรคเพื่อไทยมอบหมายให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย เข้ามารับผิดชอบบนฐานแห่งเกียรติภูมิและความจัดเจนในทางการเมืองที่มีอยู่อย่างสมบูรณ์รอบด้าน
ด้านหนึ่ง เป็นคำถามว่าจะใช้ “ความจัดเจน” เพื่อเป้าหมายใด
เป็นเป้าหมายเพื่อบรรลุภาระหน้าที่อย่างที่เคยให้คำมั่นเป็นดัง “สัญญาประชาคม” ก่อนการเลือกตั้ง หรือเป็นเป้าหมายเพื่อสนองต่อสถานการณ์ “ใหม่” หลังจากเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม
นี่ย่อมเป็นคำถามต่อรัฐบาล เป็นคำถามต่อพรรคเพื่อไทย

