นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ Next Chapter ประเทศไทย เวทีสัมมนาถอดรหัสลงทุน จัดโดยประชาชาติธุรกิจ สัปดาห์ที่ผ่านมา ตอนหนึ่งว่า เรื่องไม่ท่วมไม่แล้ง เรื่องนี้สำคัญ ตนไปกรมชลประทาน มีความเป็นห่วงเรื่องของระดับน้ำที่อยู่ตามเขื่อนต่างๆ มีระดับน้อยลงเยอะ เรื่องการบริหารจัดการน้ำมีอยู่ 3-4 ส่วน ส่วนแรก การบริโภค คือ กิน ดื่ม ใช้ ไม่มีปัญหา เรื่องของการรักษาระบบนิเวศ ไม่มีปัญหา เรื่องของการใช้ภาคอุตสาหกรรม กรมชลประทานรายงานมาว่าไม่มีปัญหา แต่ส่วนตัวมีความกังวลใจอยู่บ้าง เรื่องที่ 4 สำคัญที่สุด คือ เรื่องเกษตรกรรม ทุกภาคส่วนเห็นด้วยว่ามีปัญหาแน่นอน ปีนี้ฝนตกช้า ตกน้อย ตกหลังเขื่อน แต่ยังมีความหวังอยู่ว่า ก็ต้องพึ่งดินฟ้าอากาศว่า ฤดูฝนจะขยายไปยาวกว่าปัจจุบัน เพราะจะได้เก็บน้ำในเขื่อนให้เยอะขึ้น การบริหารจัดการเรื่องน้ำ
ในส่วนภาคอุตสาหกรรมนั้นต้องทำได้ดีกว่านี้ ต้องให้ความมั่นใจกับภาคธุรกิจได้มาก กว่านี้ ได้พูดคุยกับเพื่อนนักธุรกิจที่มีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่เยอะ เช่น ภาคตะวันออก ถ้าเราไม่บริหารจัดการได้ดีกว่านี้ น้ำในอุตสาหกรรมจะขาดแคลนภายในเดือนเมษายนปีหน้า ซึ่งกรมชลประทานจะผันน้ำมา ทำให้เรามีความหวัง ตอนที่เราจะไปขยายตลาดไปเชื้อเชิญนักลงทุนมาลงทุนที่ประเทศไทยเยอะขึ้น เราไม่สามารถจะมี negative news ออกไป ว่าประเทศขาดแคลนน้ำ ใครจะมาลงทุน อุตสาหกรรมไฮเทค อุตสาหกรรมต้องการน้ำเป็นปัจจัยสำคัญ ได้สั่งการกรมชลประทานแล้วว่า เป็นปัญหาที่ต้องไม่ให้เกิดขึ้น ควบคู่กับปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรรมทั้งหมด
ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เกิดขึ้นทุกปี ขณะนี้หลายจังหวัดเผชิญปัญหาน้ำท่วม ขณะเดียวกันก็มีบางพื้นที่ประสบปัญหาแล้ง รัฐบาลในอดีต ทุกคณะมีนโยบายบริหารจัดการน้ำ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี แต่ไม่ปรากฏเป็นรูปธรรม ความก้าวหน้าแต่อย่างใด มีเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ผ่านไปเท่านั้น การที่นายกฯระบุ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไม่ท่วมไม่แล้งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดนั้น ได้ช่วยจุดประกายความหวัง ปัญหานี้จะมีการเริ่มต้น แก้ไขจริงจัง น้ำท่วม น้ำแล้ง เกิดขึ้นจากธรรมชาติ และนับวันรุนแรงมากขึ้น เราแก้ไข ควบคุมธรรมชาติไม่ได้ แต่สามารถป้องกัน ลดทอน บรรเทาผลกระทบไม่ให้เกิดขึ้นรุนแรงได้ ด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ด้วยแผนงานที่มีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาแบบบูรณาการ คิดและทำอย่างจริงจัง

