นายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” เพิ่งขึ้นปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Next Chapter ประเทศไทย” ในงาน “ถอดรหัสลงทุน ก้าวข้ามวิกฤต” จัดโดยหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
มีเนื้อหาบางส่วนของปาฐกถาที่เน้นย้ำถึงจุดยืนและทัศนคติทางการเมืองของ
นายกฯ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งท่าทีเช่นนี้น่าจะยังถูกสะท้อนออกมาอีกเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผู้นำรัฐบาลต้องเผชิญหน้ากับพรรคฝ่ายค้าน
และนี่คือไฮไลต์สำคัญจากปาฐกถาดังกล่าว
“ในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา หรืออาจจะยาวกว่านั้น ในส่วนตัวผมเอง ขอพูดในฐานะคนไทยแล้วกันว่า เมื่อเรามีความเห็นต่าง เมื่อเรามีความไม่พอใจในการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่ง แทนที่จะพูดจากันด้วยภาษาที่ทุกคนรับฟังกันได้อย่างสบายหู มีสีหน้าที่ดูแล้วมีมิตรภาพบนความเห็นต่าง ผมว่าจะเป็นการกระทำที่ดีกว่า
“แต่ปัจจุบันนี้ เรื่องของการให้ความสำคัญกับโซเชียลมีเดียเยอะ มีคนพูดกันเยอะ มีคนแสดงความคิดเห็นเยอะ มีการใช้คำพูดที่บาดหัวใจ ฟังแล้วก็สะอื้นได้พอสมควรเหมือนกัน
“ถึงแม้ว่าเป็นเรื่องที่เห็นต่างกันเล็กๆ น้อยๆ ก็ตามที แต่เป็นเรื่องที่ชิงเหลี่ยมชิงไหวชิงพริบที่ทำให้ตัวเองได้เปรียบ แต่ว่าผลกระทบในเชิงลึกมีมากกับการที่สังคมมีความแตกแยก มีการแบ่งพวกที่ชัดเจน
“เรามีวิธีการสื่อสารกันได้หลายๆ วิธี แต่ละคนมีวิธีการสื่อสารแตกต่างกันไป คำพูดคำจาแต่ละคำมันมีความหมายลึกซึ้ง ปัญหาไม่ได้เพิ่งเกิดเมื่อ 2-3 ปีนี้ ปัญหามันเกิดมานานแล้ว หลายๆ ท่านอาจจะบอกว่าการใช้ภาษาที่รุนแรงชัดเจนเป็นวิธีการที่แก้ไขปัญหา
“แต่ผมอาจจะขอให้มองอีกมุมหนึ่งแล้วกันว่า ถ้าทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา แล้วก็หันเข้าหากัน ใช้ภาษาอาจจะใช้คำพูดที่ยาวนิดนึง ผมเอง ผมเป็นคนที่ชัดเจนมาโดยตลอด ถ้าคนรู้จักผม ผมเป็นคนที่พูดน้อย แล้วก็ให้ได้ใจความ
“แต่ว่ามายืนอยู่ตรงนี้ ตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งของการที่อาจจะทำให้ความขัดแย้งเกิดขึ้น แต่เราเอง เราต้องมีการปรับปรุงตัวเอง เพื่อให้ลดความขัดแย้งลงไปจากการพูดจา
“ผมอาจจะพูดมาเป็นเหมือนคอนเซ็ปต์ หลายท่านอาจจะไม่เข้าใจ ก็ขออนุญาตยกตัวอย่างแล้วกัน ไม่ได้ว่าใครหรือต้องการจะไปตอบโต้กับใครทั้งสิ้น
“เรื่องการที่เราใช้คำว่า ปฏิรูป สังคายนา ล้างบาง ผมยกตัวอย่างเป็นคำพูดอย่างนี้แล้วกัน ผมว่าทุกๆ คนก็มีความภูมิใจในองค์กรของตัวเอง ผมเข้าใจว่าทุกๆ คนมีความหวังดีกับองค์กรของตัวเอง ผมเข้าใจว่าทุกๆ องค์กรมีคนดีมีคนไม่ดี
“แต่ว่าการที่เราใช้คำพูดที่รุนแรง วิธีการที่ก่อให้เกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวกที่ชัดเจน มันเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาหรือเปล่า? หรือการแก้ไขปัญหามันอยู่ที่การกระทำไม่ใช่คำพูด ผมเชื่อว่าอยู่ที่อันหลัง มันอยู่ที่การกระทำ มันอยู่ที่วิธีการในการทำ
“การที่เอาสถาบันต่างๆ มาพูดในที่สว่าง ที่มีคำพูดที่รุนแรง ผมเชื่อว่าไม่เป็นการแก้ไขปัญหา การแก้ไขปัญหาคือมีการพูดคุยกันในภาษาที่ทุกคนยอมรับได้ แต่ไปเน้นหนักเรื่องการกระทำ เรื่องกระบวนการในการแก้ไขปัญหา ที่จะทำให้สังคมดีขึ้น
“ผมเชื่อว่าผมไม่ต้องพูดเยอะในเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าทุกคนตระหนักดีอยู่แล้ว การกระทำตัวของทุกๆ คนในสังคม มีส่วนช่วยให้สังคมลดความเหลื่อมล้ำ คนที่มีเยอะ เรื่องของการใช้โซเชียลมีเดียในการอวด ในการแสดงตนว่าเหนือท่าน หลายๆ เรื่องพวกนี้ ถ้าเกิดลดลงไปได้บ้าง คนที่อยู่ชายขอบของสังคม เขาก็จะมีความสบายใจขึ้น”
ปราปต์ บุนปาน

