‘สุวพันธุ์’แอ่นอกรับ ดองเรื่องตั้งสังฆราช เหตุ’บิ๊กตู่’ขอพิจารณากม.ให้รอบคอบ

17.02.16 | 18:21 น.

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ดีเอสไอเตรียมแถลงข่าวสรุปคดีรถเบนซ์ของสมเด็จช่วง ว่า ต้องรอดูรายละเอียดจากทางดีเอสไอในการแถลงสรุปวันที่ 18 กุมภาพันธ์ก่อน และถ้าใครได้ฟังรัฐมนตรียุติธรรมได้กล่าวไว้จะเห็นว่าต้องแยกประเด็นเรื่องรถ กับเรื่องผู้ครอบครองออกจากกันให้ชัดเจน ต้องดูกันให้ดี คิดว่าขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย จึงต้องฟังรายละเอียดทั้งหมดก่อนแล้วจะเข้าใจได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดนั้นเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่าเรื่องดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการพิจารณารายชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ต้องเข้าใจก่อนว่าเป็นคนละกระบวนการกัน เรื่องการเสนอชื่อนั้นถึงวันนี้ยังอยู่ที่ตรงกลางทางคืออยู่ที่รัฐบาล อยู่ที่ตนเอง โดยต้องพิจารณาในประเด็นเรื่องทางกฎหมายต่างๆ ในหลายๆ เรื่องด้วยกัน ประกอบกับเรื่องในสังคม และความเป็นไปในคณะสงฆ์ที่ต้องดูหลายเรื่องประกอบกัน ดังนั้นขณะนี้จึงเห็นว่ายังไม่สมควรที่จะกราบเรียนไปที่รองนายกรัฐมนตรีกับนายกรัฐมนตรี ขอให้เป็นภาระของตนในการดูเรื่องนี้ให้รอบคอบให้หมดสิ้นข้อสงสัยต่างๆ แล้วจึงจะส่งให้รองนายกฯวิษณุและนายกรัฐมนตรีต่อไป

เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะให้พระสงฆ์สองฝ่ายที่เห็นต่างมาเปิดเวทีนั่งดีเบตกัน นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ในเรื่องดังกล่าวนั้นนายกฯก็ได้ปรารภ ส่วนตนเองก็กำลังหารือกับคณะสงฆ์อยู่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ที่เราต้องการเห็น เรื่องราวของพระพุทธศาสนานั้นถูกตั้งไว้ในที่สูงด้วยความเคารพของพุทธศาสนิกชน ดังนั้นไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็แล้วแต่ที่จะทำให้พุทธศาสนาอยู่ในที่สูงสุดที่เราเคารพนับถือได้ก็เป็นเรื่องที่ดี

“ผมอยากให้พวกเราลองหยุดกันสักแป๊บหนึ่งกันดีไหม เพื่อหยุดคิดว่าบทบาทของพุทธศาสนิกชนที่ควรจะมีต่อพระพุทธศาสนานั้นเราควรจะมีบทบาทประมาณไหน ถึงจะทำให้พระพุทธศาสนาของเรามีความตั้งมั่นอย่างมั่นคง ยั่งยืนในสังคมไทยตลอดไป ได้รับการเคารพนับถือ ผมอยากให้พวกเราคิดถึงพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ พระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเป็นหมื่นเป็นแสนรูปในปัจจุบัน ซึ่งท่านอาจจะกำลังเศร้าอยู่ก็ได้นะ ที่เรื่องของท่านต้องเข้ามาอยู่ในวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง ผมจึงคิดว่าเราอาจจะต้องหยุดกันสักนิด แล้วมาดูบทบาทของพวกเราว่าควรไปในทิศทางใด ถึงจะเป็นการดีต่อพระพุทธศาสนา พระมหาเถระ พระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เรื่องพระธรรมวินัย ข้อกฎหมาย ถ้ายึดหลักแล้วเดินหน้าอย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริงก็จะเป็นการดีต่อสังคมต่อไป ดังนั้นเราควรหยุดกันสักนิด” นายสุวพันธุ์กล่าว

เมื่อถามว่า มีการข่าวรายงานหรือไม่ว่ามีการเมืองเข้ามาอยู่เบื้องหลังกรณีการกดดันรัฐบาล นายสุวพันธุ์กล่าวว่า คิดว่าพวกเราคงเข้าใจกันดีว่าใครเป็นใคร คงรู้กันดีอยู่ว่าใครเป็นใคร เหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้นคิดว่าทุกฝ่ายได้รับบทเรียนที่สำคัญไปแล้ว และตนเองก็ได้รับบทเรียนเช่นกัน ไม่ว่าฝ่ายไหน ฝ่ายความมั่นคง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ทุกหน่วยงานถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถึงได้บอกว่าเราควรหยุดดูสักนิดว่าบทบาทที่เราควรทำกันต่อไปนั้นควรจะประมาณไหน

Advertisement

เมื่อถามว่า ประเมินหรือไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นตัวกดดันการทำงานของรัฐบาล นายสุวพันธุ์กล่าวว่า “กดดันที่ตัวผมมากกว่า เพราะปัญหาในบ้านเรามีหลายเรื่อง ไม่มีปัญหาเล็กๆ หรือแก้ไขได้ง่าย แต่วิธีการแก้ไขปัญหา วิธีการตรวจสอบปัญหานั้นทำได้ในเชิงสร้างสรรค์และในเชิงทำลาย หากเราตั้งมั่นตรวจสอบกันในเชิงสร้างสรรค์เราก็จะมีทางออก แต่ถ้าเราตรวจสอบแก้ปัญหาของประเทศในเชิงทำลายก็จะทำให้ปัญหาขยายตัว และยากที่จะหาข้อยุติได้ ดังนั้นเราต้องเดินทางสายกลาง ตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ มีสติ ก็เกิดปัญญา แล้วใช้ปัญญาเดินทางสายกลางเราก็จะได้ข้อยุติ ซึ่งตนก็จะทำเช่นนี้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามขณะนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาฯกำลังดำเนินเรื่องการปฏิรูปงานด้านพระพุทธศาสนาอยู่แล้ว โดยมีความคืบหน้าพอสมควร ซึ่งได้หารือร่วมกับพระผู้ใหญ่หลายรูป และมีการรับฟังความคิดเห็นคณะสงฆ์ ฆราวาสไปทั่วประเทศ 3 ครั้งแล้ว เรียกว่ามีความคืบหน้า

เมื่อถามว่า เข้ามารับตำแหน่งหน้าที่ รมต.ประจำสำนักนายกฯดูแลงาน พศ.ในห้วงเวลานี้มีความรู้สึกอึดอัดใจมากหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า “ไม่ครับ ผมยังยิ้มแย้มให้ข่าวพูดคุยกับสื่อมวลชนได้ เพียงต้องการให้พวกเราเข้าใจว่า ศาสนาเป็นสถาบันที่สำคัญ และบางครั้งไม่สามารถที่จะพูดอะไรได้ทั้งหมด ผมเองก็ถูกคนนั้นว่าช้า รู้ช้า รู้ทีหลัง ซึ่งก็เป็นธรรมดา เขาก็น่าจะเข้าใจว่าภูมิหลัง นิสัย วิธีการทำงานของผมเป็นอย่างไร ผมมั่นใจว่าเขาเข้าใจ แต่จะตำหนิจะอะไรก็ต้องเข้าใจด้วยว่าไม่สามารถพูดอะไรได้ทั้งหมด ไม่สามารถวิจารณ์ได้ทั้งหมด แต่คนเราทำงานก็ต้องการประสบความสำเร็จ อยากแก้ไขได้ ทั้งที่เราทำในเรื่องที่ยาก”

เมื่อถามว่า ใกล้ถึงวันสำคัญทางพุทธศาสนามาฆบูชาแล้ว แต่กลับมีแต่เรื่องยุ่งๆ ด้านศาสนา นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลวันมาฆบูชานั้นตนเองก็จะไปสวดมนต์ในวันเสาร์ที่พุทธมณฑล แล้ววันจันทร์เย็นก็จะไปร่วมเวียนเทียนที่พุทธมณฑล ซึ่งมีองคมนตรีเป็นประธาน และรัฐมนตรีอีกหลายคนก็ไปเป็นประธานเวียนเทียนในวัดอีกหลายแห่งด้วยกัน ก็ขอเชิญชวนทุกๆ คนไปร่วมเวียนเทียนด้วยกัน ไปร่วมกันทำในเรื่องที่ดีงาม