‘เศรษฐา’ ประชุม กก.ซอฟต์เพาเวอร์ เปิดโอกาสตัวแทน 11 สาขาเสนอไอเดีย

3.10.23 | 18:16 น.

‘เศรษฐา’ ประชุม กก.ซอฟต์เพาเวอร์ เปิดโอกาสตัวแทน 11 สาขาเสนอไอเดีย พร้อมผลักดันทุกยุทธศาสตร์

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2566 โดยนายกฯเปิดโอกาสให้คณะกรรมการทั้ง 11 คน จาก 11 สาขาได้เสนอแนวทางการทำงาน เป้าหมาย และข้อเสนอแนะที่จะให้รัฐบาลสนับสนุน

ในช่วงต้น นายเศรษฐากล่าวว่า การประชุมวันนี้เข้ามาในห้องประชุมก็มีแต่รอยยิ้ม ทุกคนยิ้มแย้ม สดชื่นแจ่มใส ให้ความสำคัญกับการประชุมในครั้งนี้ และขอขอบคุณทุกคนที่สละเวลามาร่วมหารือกัน ครั้งนี้เป็นการหารือระหว่างหน่วยงานและผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อขับเคลื่อนซอฟต์เพาเวอร์ประเทศไทยอย่างบูรณาการ ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันมีนโยบายให้ความสำคัญกับซอฟต์เพาเวอร์ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเห็นว่าเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ส่งเสริมภาครัฐ และเชื่อมั่นของประเทศไทยในเวทีโลก ทั้งนี้ ปัจจุบันมีคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องของไทยหลากหลายคณะ ผ่านอำนาจที่อาจเกี่ยวข้องกับขอบเขตงานของรัฐบาล และจำเป็นต้องมีกลไกรับผิดชอบโดยตรงให้มีประสิทธิภาพและเป็นระบบมากขึ้น รัฐบาลจึงตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติซอฟต์เพาเวอร์ขึ้นมา

Advertisement

จากนั้น น.ส.แพทองธารกล่าวในที่ประชุมว่า คณะกรรมการชุดนี้จะสร้างระบบนิเวศแก่อุตสาหกรรมของไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยแรงงานทักษะสูง ด้วยอุตสาหกรรมซอฟต์เพาเวอร์ในมิติต่างๆ และเพิ่มความหลากหลายทางวัฒนธรรมของไทย ดังนั้นศักยภาพของวัฒนธรรมและคนไทย หากได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จะสามารถไปได้ไกลอย่างแน่นอน และจะทำนโยบายนี้ควบคู่กับนโยบายอื่นๆ ด้วย

โดยแรงงานกว่า 20 ล้านคน จะถูกผลักดันให้เป็นแรงงานที่มีทักษะสูง คาดการณ์ว่าอย่างน้อยจะมีรายได้เข้าประเทศถึง 4 ล้านล้านบาทต่อปี รวมถึงการจ้างงานเพิ่ม 20 ล้านตำแหน่ง ได้การเจริญเติบโตเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เป็นหนึ่งในผู้นำประเทศของโลกในเรื่องซอฟต์เพาเวอร์ โดยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน คือ การพัฒนาคน การพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์เพาเวอร์ภายในประเทศ

สำหรับวันนี้จะมีการมานำเสนอ 11 สาขา ได้แก่ อาหาร, กีฬา, เทศกาล (เฟสติวัล), เกม, ภาพยนตร์, หนังสือ, ดนตรี, การออกแบบ, แฟชั่น, ท่องเที่ยว และศิลปะ โดยขั้นตอนนี้จะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่จะถูกจัดตั้งขึ้นในอนาคต รวมถึงจะปรับแก้กฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่มีอยู่ อาจเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายที่มีมานานแล้วและไม่สอดคล้องกับแนวทางในปัจจุบัน ต้องทำให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างแรงจูงใจด้านภาษี พัฒนาและเพิ่มพื้นที่ในการแสดงผลงานอย่างไร้ขีดจำกัด รวมไปถึงสร้างศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ เพื่อต่อยอดเป็นสิ่งที่มั่นคงในระดับชาติ จากนั้นจะสร้างแนวรุกระดับโลก ซึ่งเป็นขั้นตอนที่อยู่ในกระทรวงต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ ทำให้สินค้าของคนไทยมีโอกาสที่จะสามารถร่วมงานกับต่างชาติได้ ไม่ว่าจะเป็นงานเทศกาลให้คนไทยมีส่วนร่วมด้วย

จากการทำงานทั้งหมดนี้ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์ในอนาคตอันใกล้ อุตสาหกรรมของประเทศไทยจะเข้มแข็ง และเป็นที่รู้จักมากขึ้น ประเทศไทยต้องเป็นที่รู้จักมีชื่อเสียง ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศและกระตุ้น 20 ล้านครอบครัว ยกระดับให้ประเทศที่มีรายได้สูง

โดยตัวแทนทั้ง 11 สาขาได้กล่าวเสนอแนวทางในการผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ อาทิ นายชุมพล แจ้งไพร กรรมการยุทธศาสตร์ซอฟเพาเวอร์สาขาอาหาร กล่าวถึงโครงการที่จะถูกนำเสนอ อาทิการสร้าง 1 หมู่บ้าน 1 เชฟอาหารไทย ซึ่งจะเป็นทั้งซอฟแวร์ เซลล์แมนของอาหารไทย และแบรนด์แอมบาสเดอร์ส่งเสริมอาหารไทยระดับภูมิภาค ชนบทจนถึงระดับโลก โดยจะมีการบูรณาการแผนร่วมกับวิทยาลัยอาชีวะ และมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และในระยะ 6 เดือน เราจะดำเนินการ Thai Soft Power World Tour โดยจะนำไปเวิร์ลทัวร์ทั้ง 7 ทวีป 11 อุตสาหกรรม และโครงการ Thai Food World Congress Bangkok 2024 เนื่องจากเรามีร้านอาหารไทยทั่วโลก มากกว่า 20,000-30,000 ร้าน หากเราทำเป็นเวิร์ลคอนเกรทแล้วจัดชิงแชมป์โลกประเภทอาหารไทย จะสามารถดึงดูดคนเข้ามาในประเทศได้มากยิ่งขึ้น

น.ส.ชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการฯสาขาเฟสติวัล กล่าวว่า เราไม่เป็นรองใครในโลก หน้าที่คือจะทำอย่างไรถีงจะให้ประเทศไทยติด 1 ใน 10 ประเทศสุดยอดเฟสติวัลโลกให้ได้ เราต้องมีตำแหน่ง ต้องจัดใหญ่และต้องพูดดัง โดยจะใช้กลยุทธ์ ทำให้เฟสติวัลเป็นแพลตฟอร์มที่จะบอกเล่าเรื่องราวคุณงามความดีของซอฟเพาเวอร์ไทย ให้คนทั้งโลกรับรู้ เข้าใจ และเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่ไปบอกเล่าต่อ ดึงดูดให้กลับมาเยี่ยมชมประเทศไทย และร่วมงานกับเรา เราต้องจัดให้มีเฟสติวัลทั่วประเทศไทย 365 วัน 77 จังหวัด โดยจะไม่ยึดติดแค่รูปแบบเดิมๆ หรือประเพณีเท่านั้น แต่เราต้องจัดเรื่องใหม่ ตามกระแสโลก ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงชุมชนท้องถิ่น และความยั่งยืน ต้องทำให้มีงานระดับโลกมาจัดในประเทศไทย เพื่อเพิ่มการเดินทางจากต่างประเทศเข้ามามากขึ้น

นายวิเชียร ฤกษ์ไพศาล กรรมการฯด้านดนตรี กล่าวว่า เราต้องผลักดันและขับเคลื่อนคนในอุสาหกรรม ทำให้คนคุณภาพ ดนตรีคุณภาพ มีผลงานที่ทั่วโลกยอมรับ โดยการดำเนินการ 100 วันแรก ดังต่อไปนี้ 1.Talent Everywhere 2.เป็นเจ้าภาพจัด Global Music Exchange & Collaboration Conference 2024 ระยะ 6 เดือน 3.นำศิลปินไทยไปแสดงงานในต่างประเทศ 4.ส่งเสริมการสร้างผลงานร่วมกับศิลปินระหว่างประเทศ ส่วนใน 1 ปี 5.จัด Music Expo (Showcase & Conference)

นายจรัญ หอมเทียนทอง กรรมการฯสาขาหนังสือ กล่าวว่า อยากให้ภาครัฐสนับสนุน 3 โครงการได้แก่ 1.งบประมาณห่องสมุดรูปแบบใหม่ทั่วประเทศไทย 2.จัดตั้งสถาบันหนังสือและการอ่านแห่งชาติ และ 3.สนับสนุนค่าใช้จ่ายการจัดสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และมหกรรมหนังสือนานาชาติ

ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล กรรมการฯสาขาภาพยนต์ กล่าวว่า เสนอให้รัฐบาลลดหย่อนภาษีเพื่อให้ภาคเอกชนเข้ามเป็นผู้สนับสนุนละครไทย ภาพยนต์ไทย และซีรีส์ไทย และให้มีการรวบรวมข้อมูลเพื่อทำฐานข้อมูล และขึ้นทะเบียนผู้สร้างละคร ภาพยนต์ และซีรี่ส์ไทย อีกทั้งให้มีการสนับสนุนแปลซีรีส์ไทยไปต่างประเทศ

นายสิทธิชัย เทพไพฑูรย์ คณะกรรมการฯสาขาเกม กล่าวว่า ชอให้ทบทวนกฎหมายพระราชบัญญัติเกม และภาพยนต์ และทำพ.ร.บ.เกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นมาใหม่ และให้มีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวข้องกับเกมเพื่อขจัดทำฐานข้อมูล รวมถึงบูรณาการทำงานระหว่างบุคลากรวงการเกมกับสถาบันต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน

นายเสริมคุณ คุณาวงศ์ กรรมการฯสาขาศิลปะ กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลทำแพลตฟอร์มรวบรวมความเคลื่อนไหวของระบบนิเวศน์วงการศิลปะเข้าไว้ด้วยกัน ให้มีการสร้างหอศิลป์แห่งชาติแห่งใหม่ เพื่อไว้จัดแสดงงานศิลปะสมัยใหม่ และร่วมสมัย และให้มีการร่วมมือกับภาครัฐจัดทำนโยบายงบประมาณโดยให้มีการบูรณาการกับกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงดิจิทัล รวมถึงให้มีการลดภาษีนำเข้าอุปกรณ์การทำงานศิลปะ และลดภาษีนำเข้างานศิลปะ

นายดวงฤทธิ์ บุญนาค กรรมการฯสาขาออกแบบ กล่าวว่า เสนอให้ภาครัฐลดอุปสรรค และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในวงการนักออกแบบ

น.ส.กมลนาฐ องค์วรรณดี กรรมการฯสาขาแฟชั่น กล่าวว่า เสนอให้รัฐบาลพัฒนาความรู้ให้กับคนมในวงการแฟชั่น เพื่อพร้อมไปสู่เวทีโลก และให้ภาครัฐสนับสนุนงานวิจัย และทำให้วัสดุในการสร้างให้ราคาถูกลง

จากนั้น นายเศรษฐากล่าวว่า ตนมีข้อเสนอแนะในเรื่องของอาหาร ซึ่งสมัยที่ตนอยู่ในภาคธุรกิจเคยไปงานฟู๊ดเฟสติวัลอาหารระดับโลก ที่รัฐโคโลราโด ซึ่งตนพอมีคอนเนคชั่นเพราะไปร่วมงานทุกเดือนมิถุนายน ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายของเราพอดีจึงขอฝากไว้ อีกเรื่องคือมวยไทย ที่จังหวัดภูเก็ตเป็นเวิล์ดแคปปิตอลในเรื่องของการเทรนมวยไทย มีนักชกมาตั้งแคมป์ มาเทรนที่นี่เยอะ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวด้วย ตรงนี้ถือว่าเราได้เปรียบมาก

นอกจากนี้ในเรื่องการท่องเที่ยวที่จะให้รัฐบาลสนับสนุนการจัดเวิล์ดเฟสติวัล ตรงนี้ขอให้เต็มที่รัฐบาลเราพร้อมสนับสนุน และอย่าเกรงใจที่บอก ทุกหน่วยงานพร้อมที่จะเดินหน้าอย่างมุ่งมั่นเต็มที่ ขณะที่ในเรื่องของหนังสือนั้นเป็นนโยบายของรัฐบาลนี้ ที่มีการพูดคุยกับสื่อหลายสื่อว่าการอ่านเป็นเรื่องสำคัญ และเห็นด้วยกับการแจกหนังสือโดยเฉพาะแจกแทนเครื่องดื่มมึนเมาในช่วงเทศกาลดีๆ ส่วนข้อเสนอที่จะให้ลดภาษีนำเข้างานศิลปะนั้นขอให้ข้อมูลตนด้วยว่าถ้าลดไปแล้วเราจะเสียรายได้เท่าไหร่ และจะหาอะไรที่จะมาทดแทนตรงนี้ได้เท่าไหร่