เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จัดกิจกรรมงานกกต.พบสื่อปี 2559 โดยมีนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต.และกกต.ทั้ง 4 คน มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง โดยนายศุภชัย กล่าวว่า ภารกิจสำคัญอันใกล้ที่ กกต.ต้องรับผิดชอบ ดำเนินการจัดให้มีประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่กรธ.ได้จัดทำขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว ) พ.ศ. 2557 จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบร่วมกัน ให้จัดประชามติก่อนหรือหลัง 31 กรกฎาคม เบื้องต้นกกต.มีการเตรียมความพร้อมด้านยุทธศาสตร์รองรับและจัดทำศูนย์ประชามติ
นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวว่า การจัดลงประชามติ งานนี้เป็นงานประวัติศาสตร์การเมืองไทย กกต.คุ้นเคยกับการจัดการเลือกตั้งแต่ประชามติเป็นเหตุการณ์พิเศษ เราภูมิใจกับภารกิจประวัติศาสตร์จัดลงประชามติให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าสื่อมวลชนได้ให้ความรู้ ติดตาม ให้ประชาชนตื่นตัว การลงประชามติก็จะคุ้มค่า การจัดทำประชามติครั้งนี้ใช้งบค่อนข้างสูง เพราะภาวะต่างๆ เปลี่ยนไป โดยใช้งบ 3,000 ล้านบาท กกต.จึงตระหนักและระวังอย่างยิ่งว่าเงินจะไม่ละลายน้ำ หากเรามีการให้ข่าวสารข้อมูลกับประชาชน ทำให้มีส่วนร่วมได้มาก นั่นคือกำไรที่เกิดขึ้นจากการทำประชามติ
ส่วนการออกกฎหมายเพื่อให้การทำประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การกำหนดโทษเพิ่มสูงขึ้น เพื่อคุ้มครองให้ประชามติเดินหน้าไปได้ ถ้าไม่มีการคุ้มครองอย่างนี้ หากมีใครสักคนหนึ่งล้มประชามติโดยวิธีง่ายๆ สิ่งที่เราสูญเสีย 3,000-4,000 ล้าน เสียชื่อเสียงประเทศ ถ้าคนที่เขามีความคิดสร้างสรรค์ก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการเหล่านี้ต่อสู้ทางการเมือง ไม่ใช่กฎหมายเพื่อปราบปรามคนเห็นต่าง แต่ต้องเห็นต่างบนความถูกต้อง เห็นต่างแบบผู้ดี
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า เราได้เตรียมการอย่างดีพอสมควร พยายามทำเต็มที่ ฝ่ายที่เห็นด้วย เห็นต่างจะต้องมีโอกาสเสนอความเห็นต่อสาธารณะเท่าเทียมกันภายใต้กติกาไม่ปลุกระดมการเมือง หรือ ให้เกิดประโยชน์ต่อกลุ่มการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ต้องทำให้ชาวโลกเห็นว่าประชามติเป็นกลาง ไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ทั้งนี้ กกต.จะพิมพ์รัฐธรรมนูญฉบับเต็ม 1.2 ล้านเล่ม กระจายไปยังจุดต่างๆ ที่ประชาชนจะเข้าถึงได้ เป็นเอกสารสรุปสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ 20 หน้า 6 ล้านเล่ม และสรุปย่อสาระสำคัญ 17 ล้านเล่ม ตัวเลขงบประมาณขณะนี้อยู่ที่ 170 ล้านบาท จากเดิม 800 ล้านบาท เราก็ขอรัฐบาล 200 ล้านบาท ที่เหลือ 30 ล้านบาท อาจพิมพ์เพิ่มเติม ส่งถึงครัวเรือนที่มีสิทธิลงประชามติทุกครัวเรือน ส่งไปพร้อมเอกสารแจ้งเจ้าบ้าน ให้ประชาชนตัดสินใจออกเสียงประชามติบนฐานความรู้ นอกจากนี้ จะมีแอพพลิเคชั่น ตั้งชื่อแอพฯ “ฉลาดรู้” ให้ความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญทั้งยากทั้งง่าย ตั้งใจว่าถ้ารัฐธรรมนูญไม่มีการแก้ไขมาก จะออกสู่ประชาชนได้กลางเดือนเมษายนก่อนสงกรานต์
นายสมชัย ยังชี้แจงถึงการออกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ได้มีความแตกต่างไปจากกฎหมายเลือกตั้ง ฐานความผิดทุกอย่างส่วนใหญ่อิงของเดิมมีเพียงการเพิ่มฐานความผิดที่เกี่ยวกับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขึ้นมาเพื่อให้รองรับกับรูปแบบและเทคโนโลยีที่พัฒนาไป
เมื่อถามอีกว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้สมัครเลขาธิการ กกต. คิดว่าสาเหตุมาจากการที่มีมติเลิกจ้างนายภุชงค์ นุตราวงศ์ อดีตเลขาธิการ กกต.จึงทำให้เกิดความหวาดกลัวหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า การที่จะเลิกจ้างหรือไม่เลิกจ้างนั้น อยู่ที่สัญญาการว่าจ้าง ถ้าการทำงานของเลขาธิการ กกต.ทำงานไม่เข้าเกณฑ์สัญญาการว่าจ้างกกต.ก็ไม่จ้างต่อ ซึ่งเข้าว่าขณะนี้ผู้ที่จะมาสมัครกำลังเขียนวิสัยทัศน์เพื่อให้กรรมการพิจารณา หรือรอว่าใครมาสมัครบ้าง หากครบกำหนดแล้วไม่มีใครมาสมัครก็จะขยายเวลาเพิ่ม ยืนยันว่าไม่มีการผลักดันคนในกกต.สมัครเป็นเลขาธิการ กกต.แน่นอน

