คอลัมน์หน้า 3 : คำถาม เพื่อไทย บทบาท อดิศร เพียงเกษ คำถาม ก้าวไกล
ยิ่งใกล้ถึงวันที่ 6 ตุลาคม ท่าทีและการเคลื่อนไหวของ นายอดิศร เพียงเกษ ต่อพรรคก้าวไกล ต่อกรณี นายปดิพัทธ์ สันติภาดา
ยิ่ง “ละเอียดอ่อน” ยิ่ง “ร้อนแรง”
แม้จะเริ่มจากแนวคิดในการเสนอเป็น “ญัตติ” ต่อที่ประชุมสภา แม้จะกลายเป็นความเห็นให้เป็นเรื่องของ “องค์กรอิสระ” หรือ “ศาลรัฐธรรมนูญ”
ร้อนแรงเพราะสัมพันธ์กับ “การยุบพรรค”
ละเอียดอ่อนเพราะจากที่เคยเป็นเรื่องอยู่ในที่ประชุม “วิปรัฐบาล” จะกลายเป็นความรับผิดชอบของแต่ละพรรคการเมือง
เป็นเรื่องของ “เพื่อไทย” เป็นเรื่องของ “รวมไทยสร้างชาติ”
คำถามก็คือ เรื่องที่อึกทึกครึกโครมระดับนี้ผ่านการพิจารณาและดำรงอยู่ในสถานะแห่ง “มติพรรค” แต่ละพรรคหรือไม่
ไม่ว่า “เพื่อไทย” ไม่ว่า “รวมไทยสร้างชาติ”
หากศึกษาผ่านท่าทีอันเหมือนกับเป็น “กระบวนท่า” ในทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็น นายอดิศร เพียงเกษ ไม่ว่าจะเป็น นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด
เหมือนกับจะสะท้อนมาจากความเห็นของ “พรรค”
มิได้เป็นความรู้สึกในทาง “ส่วนตัว” อันเป็นปัจเจก และดำรงอยู่ในลักษณะเป็นความคิดในเชิง “ตัวแทน”
เห็นได้จากการอ้างอิงไปยัง นายชูศักดิ์ ศิรินิล ในฐานะ “ที่ปรึกษา” กระนั้น หากติดตามบทบาทของพรรคเพื่อไทยกลับนิ่งเฉยอย่างผิดปกติในกรณีของพรรคก้าวไกล ในกรณีของ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา
คำยืนยันจาก นพ.ทศพร เสรีรักษ์ เป็น “ตัวอย่าง” หนึ่ง
เป็นคำยืนยันว่าในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยไม่เคยหยิบเรื่องนี้มาเป็น “วาระ” และไม่เคยมี “มติ” อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด
หรือว่าทั้งหมดจะเป็น “ท่าที”และบทบาทของ “วิป”
พลันที่ความเห็นขยายจากความต้องการจะเสนอ “ญัตติ” เข้าไปสู่การยื่นเรื่องให้ “องค์กรอิสระ” และ “ศาล” เป็นคนจัดการ
“อารมณ์” ในทางสังคมก็เริ่ม ตั้ง “คำถาม”
อย่างเช่นในกรณีของ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ เห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่ควรเล่นบทเป็น “เจ้าภาพ”
เพราะเท่ากับแสดงตนเหมือนกับ “นักร้อง”
เหมือนกับที่พรรคประชาธิปัตย์เคยราวีต่อพรรคไทยรักไทย เคยราวีต่อพรรคพลังประชาชน เคยราวีต่อพรรคเพื่อไทย
บทบาทอย่างนี้ไม่เหมาะสมกับพรรคเพื่อไทย
ข้อสังเกตเช่นนี้ได้กลายเป็น “คำถาม” อันแหลมคมว่า กรณีของพรรคก้าวไกล กรณีของ นายปดิพัทธ์
สันติภาดา เป็นปัญหาของพรรคเพื่อไทยจริงหรือ
หรือเป็นปัญหาของ นายอดิศร เพียงเกษ
ยิ่งเมื่อมองรากฐานของ นายอดิศร เพียงเกษ ที่เป็นทายาทนักการเมืองปีกสังคมนิยม และได้รับการเรียกขานว่า “คนเดือนตุลา”
ยิ่งน่าสงสัยใน “บทบาท” น่ากังขาใน “กระบวนทัศน์”
นี่เป็นกระบวนทัศน์ในแบบ “สังคมนิยม” นี่เป็นกระบวนทัศน์ในแบบ “ประชาธิปไตย” หรือเป็นกระบวนทัศน์อันเป็น “อื่น”
ยิ่งใกล้วันที่ 6 ตุลาคม ความกังขายิ่งร้อนแรง

