นายกฯ ลั่นขอเป็นเซลส์แมน ขายสินค้า-ความเชื่อมั่นนักลงทุน หาเงินเข้าปท. เตรียมไฟเขียวขยายเวลาปิดผับบาร์

นายกฯ ลั่นขอเป็นเซลส์แมน ขายสินค้า-ความเชื่อมั่นนักลงทุน หาเงินเข้าปท. เตรียมไฟเขียวขยายเวลาปิดผับบาร์

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีเปิด SCBX NEXT TECH เทคคอมมูนิตี้ แห่งโลกอนาคต โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ น.ส.ชฎาทิพ จูตระกูล ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน และผู้เกี่ยวข้องร่วมงาน จากนั้นนายกฯเยี่ยมชมบูธต่างๆ ภายในงาน

ต่อมาที่ห้องแมกโนเลีย บอลรูม โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย นายเศรษฐา ปาฐกถาพิเศษงาน Thailand Economic Outlook 2024 : Change the Future Today หัวข้อ Empowering Economy the Big Change ตอนหนึ่งว่า แม้ตนจะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็อยากให้มองเป็นนักธุรกิจคนหนึ่ง เป็นเซลส์แมน ขายสินค้าดีๆ ของประเทศ ขายความเชื่อมั่นนักลงทุน หลังได้รับมอบหมายให้นำพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมายให้ได้ พร้อมยอมรับว่าเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทย ขับเคลื่อนได้ช้ามาก ภาคเกษตรกรรมของไทยเป็นภาคส่วนที่น่าสงสารที่สุด เพราะรายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง สาเหตุที่รัฐบาลต้องมีนโยบายพักหนี้เกษตรกรเพราะยังมีปัญหาสภาพแวดล้อม ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง ดังนั้นหากไทยไม่ท่วมไม่แล้ง เศรษฐกิจไทยจะไปได้ไกลมาก การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเรื่องน้ำเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องทำทั้งระบบ จะทำให้จีดีพีประเทศเพิ่มขึ้นมโหฬาร โดยไม่ต้องชดเชยภัยพิบัติใดๆ รัฐบาลจึงขอเวลาระยะหนึ่ง ปลายสัปดาห์นี้เตรียมลงพื้นที่อุบลราชธานีเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ และจะหาข้อมูลเพิ่มเติม มั่นใจว่าภายใน 3 เดือนนี้ จะเปลี่ยนแปลงเป็นบวกเกิดขึ้น

นายเศรษฐากล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำว่า มีเสาหลักสำคัญ 4 เสา ทั้งน้ำอุปโภค บริโภค น้ำ เพื่อการเกษตร และน้ำเพื่ออุตสาหกรรม น้ำเพื่ออุตสาหกรรมนี้ยังน่าห่วง ต้องใส่ใจมากกว่านี้ รัฐบาลเชิญนักธุรกิจที่มีแผนจะมาลงทุนในไทยมาคุย เพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลการจัดการน้ำสำหรับการผลิต หากรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ หรือไม่ให้ความมั่นใจกับนักลงทุนเรื่องน้ำ จะเป็นปัญหาต่อการดึงดูดนักลงทุน ดังนั้นรัฐบาลยืนยันและจะทำให้ได้ เพราะไปต่างประเทศติดต่อกับบริษัทยักษ์ใหญ่ ทั้งไมโครซอฟท์ กูเกิล เทสลา และไมโครชิปอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท รัฐบาลคาดหวังให้บริษัทเหล่านี้เข้ามาลงทุนในไทย ยกระดับอุตสาหกรรมของไทยให้สูงขึ้น ทำให้จีดีพีของประเทศสูงขึ้น ยกระดับขีดความสามารถของประเทศให้สูงขึ้น

Advertisement

นายเศรษฐา กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้มีเป้าหมายเพิ่มรายได้เกษตรกรไทยให้ขยายตัวเป็น 3 เท่าภายใน 4 ปี ผ่านการเปิดตลาดการค้ากับต่างชาติ โดยเฉพาะในตะวันออกกลางและในแอฟริกา ไทยมีความมั่นคงด้านอาหาร ส่วนประมงไทยเคยเป็นประเทศส่งออกสินค้าประมงมีมูลค่าต่อปีถึง 3.5 แสนล้านบาท แต่ขณะนี้ส่งออกอาหารทะเลไปสหภาพยุโรปได้เพียง 8% จำเป็นต้องแก้ไขเรื่องการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) รวมทั้งพลังงานสีเขียว จำเป็นต้องสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดให้สูงขึ้นกว่าปัจจุบัน ถือเป็นโจทย์ยาก นอกจากนี้ การท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นจุดแข็งของไทย เป็นไปได้หรือไม่จะปรับเปลี่ยนเงื่อนไขบางอย่างเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว เช่น การเปิดปิดของสถานบันเทิงกลางคืน ผับ บาร์ ปัจจุบันกำหนดให้ปิดเที่ยงคืน หรือตีหนึ่ง ให้เปิดได้ยาวนานกว่านั้นได้ เพื่อแข่งขันกับประเทศอื่น

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image