‘ก้าวไกล’ ยื่นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษฯทุกกลุ่มสีเสื้อ รวมคดี ม.112 หวังนำ ปท.คืนสู่ปกติสุข
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เข้าชื่อเพื่อยื่นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. … ต่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร
นายชัยธวัชกล่าวว่า ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อจนถึงปัจจุบัน พี่น้องประชาชนจำนวนมากมีส่วนร่วมชุมนุม หรือการแสดงออกทางการเมืองรูปแบบต่างๆ หลายพันคนถูกดำเนินคดี คดีใดที่ได้กล่าวหาไปแล้วก็มีผลสืบเนื่องจนถึงปัจจุบัน พรรคก้าวไกลเล็งเห็นว่าทำให้ยากที่จะเห็นสังคมไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติสุข เพราะพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ถูกดำเนินคดีต่างก็มีความเห็นว่ารัฐไม่เคารพต่อความเห็นต่างทางการเมือง ไม่เคารพต่อสิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพพื้นฐาน
นายชัยธวัชกล่าวว่า พรรคเล็งเห็นว่าจำเป็นต้องยุติการใช้สงครามต่อประชาชน ให้หลุดพ้นจากการดำเนินคดี การนิรโทษกรรมจึงเป็นหนทางที่จะถอดฟืนออกจากกองไฟ เพื่อเป็นก้าวแรกในการสร้างความยุติธรรมและความปรองดองที่ยั่งยืนให้สังคม
โดยร่างกฎหมาย มีสาระสำคัญ 1.กำหนดให้บรรดาการกระทำใดๆ ของบุคคลผู้เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง ตลอดจนการกระทำทางกายภาพหรือการแสดงความคิดเห็นที่เป็นความผิดทางกฎหมาย ตั้งแต่ 11 กุมภาพันธ์ 2549 ถึงวันที่ พ.ร.บ.นี้มีผลบังคับใช้ หากการกระทำมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองให้ผู้กระทำผลจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง
2.การนิรโทษกรรมไม่ครอบคลุมถึงการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมหากเป็นการกระทำเกินสมควรกว่าเหตุ ตลอดจนไม่นิรโทษกรรมการกระทำความผิดต่อชีวิตตามกฎหมายและไม่นิรโทษกรรมการกระทำความผิดตามอาญา มาตรา 113
3.กำหนดให้มีกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำความผิดเพื่อการนิรโทษกรรม และ 4.กำหนดสิทธิผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายอันเนื่องมาจากระเบียบคำสั่งของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำผิดเพื่อนิรโทษกรรม
ผู้สื่อข่าวถามว่า การละเว้นความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 113 หมายรวมถึงการรัฐประหารด้วยใช่หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ใช่ จะไม่เข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรม ส่วนคดีอื่นๆ นอกจากที่ได้ยกเว้นเอาไว้ต้องอยู่ในการวินิจฉัยของคณะกรรมการที่จะเสนอให้ตั้งขึ้น เนื่องจากการแสดงออกทางการเมืองมีคดีที่ถูกทำให้เหมือนคดีอาญาปกติจำนวนมาก และถูกนำไปดำเนินคดีกับประชาชนด้วย ดังนั้น อาจจะมีปัญหา ถ้าไประบุฐานความผิดเฉพาะราย ดังนั้น คิดว่าการใช้รูปแบบของคณะกรรมการนิรโทษกรรมน่าจะดีที่สุด ซึ่งเป็นรูปแบบที่สังคมไทยเคยใช้มาแล้วในปี 2488
เมื่อถามว่าจะนิรโทษกรรมให้กับคดี 112 ด้วยใช่หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ตอนที่นิรโทษกรรมให้กับเหตุการณ์ 6 ตุลา ก็เป็นเรื่องความผิดมาตรา 112 เป็นหลัก และยังมีคดีกบฏ ล้มล้างการปกครอง และเปิดให้คนที่เข้าร่วมต่อสู้ด้วยอาวุธ สามารถที่จะอภัย เพื่อทำให้การเมืองไทยเดินหน้าไปได้ จึงคิดว่าหากไม่มีอคติจนเกินไป ทุกฝ่ายควรจะร่วมกัน ทั้งนี้ การเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ มุ่งหวังคืนชีวิตใหม่ให้กับประชาชน การยุติการดำเนินคดีต่อประชาชนจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อแสวงหาฉันทามติเพื่อการอยู่ร่วมกันในอนาคต

