09.00 INDEX ทำไม สภาร่างรัฐธรรมนูญ จึงเป็น “ฝันร้าย” ต่อรัฐบาล
แต่ละจังหวะก้าวของรัฐบาล แต่ละจังหวะก้าวของ นายภูมิธรรม เวชยชัย อันผ่านกระบวนการคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำ ประชามติและแนวทางร่างรัฐธรรมนูญ
มากด้วยความรอบคอบ เปี่ยมด้วยความรัดกุม อย่างชนิดยอดเยี่ยมและสูงสุดในทางการเมือง
อาจแลดู ”แย้ง” และ ”สวน”กับคำประกาศก่อนวันที่ 14 พฤษภาคม หรือแม้กระทั่งที่ปรากฏใน MOU เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม และวันที่ 2 สิงหาคม ไปบ้าง
แต่ก็จำเป็นต้องยอมรับต่อ ”สภาพการณ์” ใหม่อันเนื่องแต่กรณีอันเกิดขึ้นในวันที่ 22 สิงหาคม ซึ่งเป็นรากฐานอย่างแท้จริงแห่งประดิษฐ์กรรมที่เรียกว่า ”รัฐบาลพิเศษ”
เรื่องนี้จำเป็นต้องเห็นใจรัฐบาลที่มี นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี เรื่องนี้ต้องเข้าใจต่อองค์ประกอบแห่งรองนายกรัฐมนตรีอันสะท้อนถึงการหลอมรวมอย่างหลากหลาย
นั่นก็คือมิได้มีแต่เพียงพรรคเพื่อไทยเพียงพรรคการเมืองเดียว
หากแต่มีพรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐและแม้กระทั่งพรรคชาติไทยพัฒนาอยู่ด้วย
ปัจจัยนี้เองทำให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย ต้องรอบคอบ รัดกุม
ยิ่งกว่านั้น ความรู้สึก ”ร่วม” ในลักษณะอันเป็น ”สมารมณ์” ระหว่าง
พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทยพัฒนา
ก็คือชัยชนะอันพรรคก้าวไกลได้มาจากการเลือกตั้งโดยมีกว่า 14 ล้านคะแนนเสียงและจำนวน 151 ส.ส.
หากผลีผลามในเรื่อง ”สภาร่างรัฐธรรมนูญ” ผลจะเป็นเช่นใด
ยิ่งเมื่อยอดเงินบริจาคที่แต่ละพรรคการเมืองจากการแสดงเจตจำนงผ่านการเสียภาษีประจำปี 2565 ที่พรรคก้าวไกลได้มา เป็นอันดับหนึ่งจำนวนเกือบ 40 ล้านบาท ยิ่งน่าหวาดเสียว
เนื่องจากเป็นฐานจากจำนวนผู้แสดงเจตนาอุดหนุนสูงถึง 83,733 รายขณะที่ของพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ รวมกันแล้วยังห่างไกล
หากปล่อยให้เลือก ”สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ” ผลจะออกมาอย่างไร
กระบวนท่าและจังหวะก้าวภายใต้หลักการที่รอบคอบอย่างรัดกุมไม่ว่าจะมองผ่านพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทยพัฒนา
จึงมีความจำเป็นแม้จะต้อง ”เสี่ยง” ต่ออารมณ์ในทาง ”สังคม”
จึงเด่นชัดยิ่งว่ากระบวนการในการตัดสินใจเรื่อง ”ประชามติ” และ ”การร่างรัฐธรรมนูญ” จะเป็นปมเป็นประเด็นร้อนแรง
แม้ว่าจะอยู่ในมือ นายภูมิธรรม เวชยชัย ก็ตาม

