พิธา-ชัยธวัช ลั่น 47 ปี 6 ตุลา บทเรียนไม่ควรลืม ต้องคืนความยุติธรรม ไม่ใช่แค่รำลึก ชี้เหตุยื่นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่สวนประวัติศาสตร์ธรรมศาสตร์ กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย บริเวณหน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเครือข่าย ร่วมจัดงาน “47 ปี 6 ตุลาฯ : กว่าจะเป็นประชาธิปไตย”
เวลา 08.10 น. ตัวแทนจากภาคการเมือง และประชาชน ร่วมกันวางพวงหรีด อาทิ ญาติวีรชน 6 ตุลา, มูลนิธิ และสถาบันปรีดี พนมยงค์, ญาติวีรชน 14 ตุลา, องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, อดีต 18 ผู้ต้องหา 6 ตุลา, ชมรมโดมรวมใจ, ผู้แทนพรรคการเมือง, สหภาพ และสหพันธ์แรงงาน, สมัชชาคนจน, มูลนิธินิคม จันทรวิทุร, เครือข่ายเดือนตุลา, มูลนิธิ 14 ตุลา, ญาติวีรชนพฤษภา 35, มูลนิธิศักยภาพชุมชน, มูลนิธิจิตร ภูมิศักดิ์, กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย

ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้แทนวางพวงหรีดจากคณะรัฐสภา, รองศาสตราจารย์ ดร.นายสุรัตน์ ทีรฆาภิบาล อธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์และวิเทศสัมพันธ์ ผู้แทนวางพวงหรีดจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายมนตรี บุญจรัส ตัวแทนวางพวงหรีดจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ, ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์, นาวาอากาศตรี ศิธา ทิวารี ตัวแทนจากพรรคไทยสร้างไทย วางพวงหรีดมีข้อความว่า ‘เราต้องการรัฐธรรมนูญ’, รองศาสตราจารย์ ชูศักดิ์ ศิรินิล ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคก้าวไกล, นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล, นางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า, นางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตแกนนำ นปช. เป็นต้น
นายพิธากล่าวว่า เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 2519 เป็นบทเรียนที่เราไม่ควรลืมว่า สิ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 47 ปีที่แล้ว เป็นความรุนแรงที่ไปไกลเกินกว่าที่ใครควรจะรับได้ ที่คนในรุ่นปัจจุบันควรต้องถอดบทเรียนจากสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมศึกษาและทำความเข้าใจจากหลักฐานที่มีมากขึ้นในวันนี้ ให้เห็นถึงมุมมองที่แตกต่างว่ามีโครงสร้างอะไรบางอย่างที่ต้องการทำให้เราลืมเหตุการณ์ในครั้งนี้เพื่อทดแทนด้วยความว่างเปล่า หลายปีที่ผ่านมา มีความพยายามสะสางประวัติศาสตร์ข้อเท็จจริงมาตลอด แม้จะยังไม่มีผลสรุปว่าใครต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 47 ปีที่แล้ว แต่ในอีกด้านหนึ่งเราก็เห็นได้ว่าคนรุ่นนี้เข้าถึงความจริงที่มีคนพยายามปกปิดมาตลอดมากกว่าคนรุ่นตนมากแล้ว

“นี่คือเหตุผลว่าทำไมพรรคก้าวไกลจึงพยายามทำงานเพื่อทำให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 47 ปีที่แล้วไม่เกิดขึ้นอีกในสังคมไทย ด้วยการยื่นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เมื่อวานนี้ (5 ต.ค.) ให้เป็นการถอนฟืนออกจากกองไฟ ไม่ให้เกิดความแตกแยกที่ไม่จบสิ้น ให้เกิดการสืบหาข้อเท็จจริง เกิดความยุติธรรม และให้สังคมเดินหน้าต่อไปได้” นายพิธากล่าว
ด้านนายชัยธวัชกล่าวว่า ในวาระ 47 ปี เราไม่ควรพูดถึงเพียงแค่การรำลึกถึงเหตุการณ์ในอดีตเท่านั้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตยังคงสะท้อนปัญหาทางการเมืองในสังคมไทยที่ยังเป็นโจทย์ตกค้างมาถึงปัจจุบันหลายเรื่อง เช่น สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงออกทางการเมือง ระบบกฎหมายและอำนาจรัฐต้องเคารพชีวิตและร่างกายของประชาชน ไม่ให้อำนาจใดมาพรากชีวิตและร่างกายของประชาชน ยังไม่นับว่าในสถานการณ์ปัจจุบันยังมีคนถูกดำเนินคดีอย่างรุนแรง จำคุก และละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน เพียงเพราะความคิดเห็นทางการเมืองหลายพันคน

“นั่นคือเหตุผลที่ทำให้พรรคก้าวไกลตัดสินใจยื่นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ให้กับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดเนื่องจากความเห็นทางการเมือง นับตั้งแต่วันแรกที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมมาจนถึงปัจจุบัน ที่สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองยังยืดเยื้อไม่จบสิ้น ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองเจตนาดี แสดงความคิดเห็นและชุมนุมเพื่อสร้างสังคมที่ดีในมุมของตัวเอง แต่เกิดความขัดแย้งมาจนไม่มีทางออกขนาดนี้
ประตูบานแรกที่จะนำไปสู่การหันหน้ามาคุยกัน ตั้งต้นใหม่ทางการเมืองตามเป้าหมายของรัฐบาลในการสร้างความปรองดอง ก็คือการคืนความยุติธรรม ทำให้ทุกฝ่ายลดกำแพงมาพูดคุยกัน ใช้กระบวนการประชาธิปไตยแสวงหากติกาการเมืองแบบใหม่ที่เรายอมรับที่จะอยู่ร่วมกัน
“พรรคก้าวไกลเชื่อว่ากระบวนการนิติบัญญัติในสภาจะเป็นพื้นที่ให้เราเอาความเห็นที่ไม่ตรงกัน มาออกแบบร่วมกันด้วยความรอบคอบ รอบด้าน มีวุฒิภาวะ และมีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย ที่พรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน รวมทั้ง ส.ว. มีความเห็นที่เป็นจุดร่วมกันได้ ดังนั้น จึงขอเชิญชวนให้ทุกฝ่ายมาพิจารณาร่วมกัน เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมในฉบับของตัวเองขึ้นมาด้วยก็ได้ ผ่านวาระหนึ่งแล้วค่อยไปว่ากันในรายละเอียดที่เห็นต่างกันในวาระที่ 2 และ 3 ได้” นายชัยธวัชกล่าว

ขอบคุณ ข่าวสด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ก้าวไกล ยื่นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษฯ คดีการเมือง รวม 112 ย้อนไปตั้งแต่ม็อบเสื้อเหลือง
- ‘ชัยธวัช’ เมิน ‘ปิยบุตร’ วิจารณ์ก้าวไกล ปม กมธ. พ้อ ทีมเจรจาตัดสินใจดีที่สุดแล้ว

