หน้าแรก การเมือง 47 ปี จากล้อม...

47 ปี จากล้อมปราบ สู่นิติสงคราม ‘ช่อ’ ถอดบทเรียน รัฐกำจัดความเห็นต่าง

6.10.23 | 11:57 น.

47 ปี จากล้อมปราบ สู่นิติสงคราม ‘ช่อ’ ถอดบทเรียน รัฐกำจัดความเห็นต่าง

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่สวนประวัติศาสตร์ธรรมศาสตร์ กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย บริเวณหน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเครือข่าย ร่วมจัดงาน “47 ปี 6 ตุลาฯ : กว่าจะเป็นประชาธิปไตย”

เวลา 08.10 น. ตัวแทนจากภาคการเมือง และประชาชน ร่วมกันวางพวงหรีด อาทิ ญาติวีรชน 6 ตุลา, มูลนิธิ และสถาบันปรีดี พนมยงค์, ญาติวีรชน 14 ตุลา, องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, อดีต 18 ผู้ต้องหา 6 ตุลา, ชมรมโดมรวมใจ, ผู้แทนพรรคการเมือง, สหภาพ และสหพันธ์แรงงาน, สมัชชาคนจน, มูลนิธินิคม จันทรวิทุร, เครือข่ายเดือนตุลา, มูลนิธิ 14 ตุลา, ญาติวีรชนพฤษภา 35, มูลนิธิศักยภาพชุมชน, มูลนิธิจิตร ภูมิศักดิ์, กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย

ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้แทนวางพวงหรีดจากคณะรัฐสภา, รองศาสตราจารย์ ดร.นายสุรัตน์ ทีรฆาภิบาล อธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์และวิเทศสัมพันธ์ ผู้แทนวางพวงหรีดจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายมนตรี บุญจรัส ตัวแทนวางพวงหรีดจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ, ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์, นาวาอากาศตรี ศิธา ทิวารี ตัวแทนจากพรรคไทยสร้างไทย วางพวงหรีดมีข้อความว่า ‘เราต้องการรัฐธรรมนูญ’, รองศาสตราจารย์ ชูศักดิ์ ศิรินิล ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคก้าวไกล, นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล, นางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า, นางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตแกนนำ นปช. เป็นต้น

นางสาวพรรณิการ์ให้สัมภาษณ์ ‘มติชน’ ต่อการถอดบทเรียนเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ว่า เหตุการณ์ดังกล่าว คือกำจัดคนที่มีความคิดแตกต่างจากภาครัฐ มีความคิดทางการเมืองที่ไม่เหมือนกับอำนาจรัฐ

Advertisement

“ณ วันนั้นใช้การยิงทิ้ง ตามยิงกันต่อในป่า มาในวันนี้ถามว่ามีความแตกต่างไหม ในทางหนึ่งไม่แตกต่าง การดำเนินการกับผู้เห็นต่างทางการเมือง จากผู้กุมอำนาจรัฐ ยังคงมีการดำเนินการอย่างโหดเหี้ยม ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป แทนที่จะยิงกันทิ้ง ยิงกันกลางเมือง ก็ใช้วิธีนิติสงคราม ใช้กฎหมายแล้วก็อ้างว่าทำผิดกฎหมาย โดนเข้าคุก การดูจากเหตุการณ์ 6 ตุลา มาจนถึงทุกวันนี้ สิ่งเดียวที่ยังคงเหมือนเดิม คือ การใช้อำนาจรัฐ มาจัดการคนที่เห็นต่าง

วิธีการแก้ไขง่ายมาก ถ้ารัฐต้องการที่จะแก้ไข ถ้ารัฐมีความจริงใจในการแก้ไข หากถอดบทเรียนจะเห็นได้ว่าคุณฆ่าความเห็นที่แตกต่างไม่ได้หรอก คุณฆ่าคนได้ แต่ความคิดจะยังแพร่กระจายออกไป เขาก็เลยออกนิรโทษกรรมกันมา

ฉะนั้น มาถึงวันนี้เราคิดว่าถ้ารัฐจะเริ่ม เริ่มได้เลย ตัว พ.ร.ก.นิรโทษกรรม พรรคก้าวไกลเพิ่งเสนอไปเมื่อวานนี้ ณ วันนี้ถ้ามีการนิรโทษกรรม คืนอิสระ คืนศักดิ์ศรี ให้กับคนที่เพียงเห็นต่างทางการเมือง เพียงเพราะแสดงออกทางการเมือง จะเป็นการเริ่มต้นและเป็นหมุดหมายใหม่ ว่าเห็นต่างก็อยู่ด้วยกันได้” นางสาวพรรณิการ์กล่าว

นางสาวพรรณิการ์กล่าวอีกว่า มันไม่ใช่การทำเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ต่อไปมันจะเป็นบรรทัดฐาน ไม่ว่าจะมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างไร ฝักใฝ่ฝ่ายไหน อย่างน้อยจะได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย