คืบหน้า ‘ภาษีที่ดิน 2567’ ปลัดมหาดไทยเผย ยังไม่เคาะ รอ ‘นายกเศรษฐา’ ส่งสัญญาณ
มีสัญญาณชัดจาก “กรมธนารักษ์” ในปี 2567 จะยังไม่ปรับราคาประเมินที่ดินระหว่างรอบปี ยังคงใช้ราคาประเมินเดิมของรอบบัญชี 2566-2569 ที่ประกาศใช้วันที่ 1 มกราคม 2566
แต่ที่ยังลุ้นอย่างใจจดจ่อ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำปี 2567” หวยจะออกแนวทางไหน หลังอัตราปัจจุบันที่ใช้จัดเก็บจะครบกำหนดในปี 2566 นี้
1.ยังคงอัตราเดิมแต่เก็บเต็ม100% โดยที่ดินเกษตรกรรมจัดเก็บ 0.01-0.1% ,ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยจัดเก็บ 0.02-0.1% ,ที่ดินอื่นๆ เช่น การพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม จัดเก็บ 0.3-0.7% และที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์จัดเก็บ 0.3-0.7%
แนวทางนี้จะทำให้ท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ประชาชนผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องเจอ ภาษีแพงขึ้น 2 เด้งจากราคาประเมินที่ดินรอบล่าสุด 2566-2569 ที่ขยับขึ้น 8.93% และต้องควักจ่ายภาษีเต็มอัตรา
2.รัฐลดหย่อนอัตราจัดเก็บภาษีเหมือนปีแรกลดให้ 90%หรือ 15%เหมือนปี 2566 ซึ่งแนวทางนี้ได้ใจประชาชนเพราะลดภาระค่าใช้จ่าย แต่จะเพิ่มภาระงบประมาณที่รัฐบาลกลางต้องจ่ายชดเชยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) รวมถึงกรุงเทพมหานคร(กทม.)และเมืองพัทยา
3.เขย่าอัตราใหม่ให้ชนเพดานที่กฎหมายกำหนด โดยที่ดินเกษตรกรรมไม่เกิน 0.15% บ้านพักอาศัยไม่เกิน 0.3% ,ที่ดินอื่นๆ และรกร้างว่างเปล่าไม่เกิน 1.2% หากเคาะแนวทางนี้ ภาครัฐเก็บรายได้เป็นกอบเป็นกำแน่นอน แต่จะลดทอนความสามารถเงินในกระเป๋าของผู้เสียภาษี โดยเฉพาะประชาชนทั่วไปที่มีรายได้ไม่มาก รวมถึงภาคธุรกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวดีจากพิษโควิด
ถึงขณะนี้ยังไม่รู้ “รัฐบาลเศรษฐา” จะส่งสัญญาณไปในทิศทางไหน
ล่าสุด นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการหารือกับฝ่ายการเมืองซึ่งเป็นผู้กำกับนโยบาย ทั้งรัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย และนายกรัฐมนตรี จะมีการลดหย่อนหรือเก็บในอัตรา 100% หรือกำหนดอัตราใหม่เพราะอัตราที่ใช้ในปัจจุบันจะสิ้นสุดในปี 2566 นี้
“ตอนนี้ยังคงเมนเทนของเดิมอยู่ แต่ว่ารายละเอียดคงต้องว่ากันอีกทีจะมีอัตราพิเศษอะไรหรือไม่ เพราะรัฐบาลเองก็มีนโยบายจะกระตุ้นเศรษฐกิจ คงต้องหารือร่วมกัน เพราะที่ผ่านมามีการลดหย่อนให้ ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน คงจะมีเวทีรับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง” นายสุทธิพงษ์กล่าว
ด้าน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ตอบสั้นๆ ว่า “ยังไม่ทราบ ต้องพิจารณาก่อน” หลังผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2567 จะเป็นอัตราเดิมที่จ่ายอยู่ทุกปีหรือจะมีการพิจารณาใหม่
ฝั่ง 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทยและสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ขอให้รัฐบาลพิจารณาลดอัตราการจัดเก็บหรือเก็บเป็นแบบขั้นบันได โดยปี 2567 เก็บ 25% ปี 2568 เก็บ 50% หรือเก็บอัตราเดียวกันทุกประเภท เพราะที่ดินแต่ละประเภทถูกกำหนดโดยราคาประเมินอยู่แล้ว
นายอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการอสังหาริมทรัพย์ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่าขณะนี้ยังไม่เห็นแนวทางที่ชัดเจนจากรัฐบาลและไม่เห็นด้วยที่มีแนวคิดจะย้อนกลับไปใช้ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ทั้งนี้จากวิกฤตเศรษฐกิจที่ยังไม่จบ ยังไม่แข็งแรง จึงยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมจะเก็บภาษีเต็มเพดานหรือเก็บอัตราเดิมเต็ม 100% ควรจะลดหย่อนให้ 90% หรือลดให้บางธุรกิจที่ยังฟื้นไม่เต็มที่ เช่น โรงแรมขนาดเล็ก
โดยขอให้รัฐบาลทบทวนใน 4 เรื่อง คือ
1.อัตราสูงสุดของภาษีที่ดินเกษตรกรรม ต้องจัดเก็บในอัตราเท่าไหร่ เพราะบางส่วนทำเกษตรกรรมมาตั้งแต่แรกและเป็นที่ดินมรดก ไม่ได้ตั้งอยู่ในเขตเมือง แต่เพราะถูกการพัฒนาเมืองไล่ล่า ทำให้ต้องเสียภาษีแพงขึ้น
2. อัตราภาษีบริการสาธารณะในโครงการจัดสรร เช่น ถนน ซุ้มโครงการ สโมสร จากเดิมจ่ายอัตราเดียวกับที่ดินประเภทอื่นๆ ในอัตราล้านละ 3,000 บาท ขอเป็นล้านละ 200 บาทเท่ากับที่อยู่อาศัย
3.บ้านและคอนโดมิเนียมที่ยังขายไม่ได้ ที่เก็บในอัตราประเภทอื่นๆ ขอเป็นอัตราเดียวกับที่อยู่อาศัย เพราะเป็นสินค้าคงค้าง ไม่ได้มีไว้เพื่อประกอบกิจการเหมือนสำนักงาน โรงงาน
4.ที่ดินแปลงเล็กที่ประชาชนซื้อในโครงการจัดสรรหรือเป็นที่ดินรับมรดก ไม่ได้ปล่อยทิ้งร้างหรือทำเกษตรกรรม ควรจะเก็บในอัตราที่อยู่อาศัย ไม่ใช่ที่ดินประเภทอื่นๆ ที่จ่ายแพงกว่า
เป็นอีกประเด็นที่ยังคงเป็นที่จับตา ท่ามกลางความคาดหวัง จากนายกรัฐมนตรีคนใหม่

