หน้าแรก การเมือง เศรษฐา ลุยน้ำ...

เศรษฐา ลุยน้ำท่วม มอบถุงยังชีพชาวยโสธร ให้คำมั่นพระครู เงินดิจิทัล 10,000 บาท ทำแน่

7.10.23 | 12:11 น.

ภารกิจวันที่สอง ‘เศรษฐา’ นั่งรถ ปภ.ลุยน้ำท่วม 4 กม. มอบถุงยังชีพ ยารักษาโรค ชาวทรายงาม ยโสธร ‘ยัน’ รัฐบาลพร้อมดูแล สั่งยกระดับถนน สร้างสะพานเพิ่ม บอกมาวันเดียวยังรู้ ปชช.ลำบาก ‘ปลื้ม’ ยกเป็นหมู่ปลอดบ้านยาเสพติด ให้ทุกจังหวัดนำเป็นตัวอย่าง-ขณะที่เจ้าคณะอำเภอมอบเหล็กไหล พร้อมบอกชาวบ้านรอเงินดิจิทัลอยู่ ด้านนายกฯลั่นได้แน่ แม้มีคนค้าน ปลอบคุณยายใช้โทรศัพท์ไม่เป็น แค่บัตร ปชช.ใบเดียวก็ได้แล้ว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นางเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่บ้านทรายงาม ตำบลกุดกุง อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้แม้จะไม่ถูกน้ำท่วม แต่ก็ถูกน้ำจากแม่น้ำชีเอ่อล้นท่วมพื้นที่การเกษตรและถนนเข้าหมู่บ้าน สูงประมาณ 30-60 เซนติเมตร ระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร ต้องใช้รถขนาดใหญ่ในการสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน

โดยนายกรัฐมนตรีได้นั่งรถยกสูงของ ปภ. หมายเลขทะเบียน 53-7093 กรุงเทพมหานคร เข้าพื้นที่เพื่อพบปะประชาชนและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหมู่บ้าน

เมื่อเดินทางมาถึงมีประชาชนรอต้อนรับผูกผ้าขาวม้าให้กำลังใจ โดยมีชาวบ้านบางคนบอกกับนายกฯว่าหล่อมาก จากนั้นนายกรัฐมนตรีเข้ากราบนมัสการ พระครูเมธีธรรมบัญฑิต เจ้าคณะอำเภอคำเขื่อนแก้ว พร้อมถวายผ้าไตร และเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม ซึ่งพระครู ได้มอบพระพุทธบุษยรัตน์จำลอง ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว พระคู่บ้านคู่เมือง จ.ยโสธร พร้อมเหล็กไหลของทางวัด รวมทั้งผูกข้อมือให้พรกับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่ร่วมคณะ ช่วงหนึ่งพระครูได้สอบถามนายกฯและฝากเรื่อง เงินดิจิทัล 10,000 บาท เพราะชาวบ้านรออยู่ และขอให้นายกฯทำสำเร็จ

นายกฯ ได้กล่าวยืนยันว่า “ขณะนี้รัฐบาลทำอยู่ ต้องทำครับ เพราะมีคนมาต่อต้าน แต่ก็ไม่กี่คนหรอกครับ แต่เราก็ต้องทำเพราะเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับพี่น้องประชาชน ต้องทำครับ”

Advertisement

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้เดินพบปะกับประชาชนที่มารอ ซึ่งได้นั่งลงพูดคุยกับกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ว่าอยู่อย่างไรในช่วงน้ำท่วม พร้อมแสดงความเป็นห่วง โดยระบุจะหาแนวทางช่วยเหลือด้วยการยกระดับความสูงของถนนที่เข้าหมู่บ้าน เพื่อให้เดือดร้อนน้อยลงในช่วงที่น้ำท่วมสูง นอกจากนี้จะมีการสร้างสะพานเพิ่มในบางจุด ทำให้ชาวบ้านยกมือไหว้ ซึ่งนายกฯได้ตอบกับชาวบ้านว่าไม่ต้องขอบคุณตน เพราะสิ่งที่ทำเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี

ช่วงหนึ่งมีคุณยายวัย 70 ปี บอกกับนายกฯว่า ดีใจที่จะได้ใช้เงิน ไม่มีโทรศัพท์ ใช้ไม่เป็นทำอย่างไรท่านนายกฯ นายกรัฐมนตรีจึงกล่าวว่า “ไม่เป็นไรบัตรประชาชนใบเดียวก็พอแล้ว”

ขณะที่บรรดาชาวบ้านโดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่บอกว่านายกฯตัวจริงหล่อ และได้บอกนายกฯว่า ดีใจหลายๆ นายกฯลงมาหา หล่อตัวสูง ก่อนที่จะพูดกระเซ้ากันหลังจับมือนายกฯว่า “จับมือได้แต่อย่าบายหำ” เรียกเสียงฮากระจาย

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้สูงอายุอีกกลุ่มสอบถามเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค ขณะที่นายเกรียงซึ่งอยู่ด้วยกับนายกรัฐมนตรี จึงได้สอบถามผู้สูงอายุว่ายังอยากใช้เงินดิจิทัลวอลเลตอยู่ไหม คุณยายจึงตอบว่า อยากได้ ขณะที่นายกฯย้ำว่าเรื่อง 30 บาทเราจะดูแลให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ต้องดูแลทั้งเรื่องสุขภาพ ดูแลประชาชน ตนไม่อยากให้ลำบาก ตนมาเพราะต้องการลงพื้นที่เพื่อดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง ตอนนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาหาเสียงอยากให้ประชาชนมีชีวิตที่ดี พร้อมสอบถามเรื่องปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งต้องขอให้ผู้ใหญ่พ่อแม่ดูแลบุตรหลานให้ดีๆ

จากนั้นนายกรัฐมนตรี กล่าวกับประชาชนว่าสวัสดีพี่น้องชาวจังหวัดยโสธรที่รัก เป็นขวัญและกำลังใจ อย่างล้นหลามให้เราทำงาน การเดินทางเข้ามาตรงนี้ ลำบาก ขนาดมาหนเดียวยังลำบาก เพราะเจอแต่ภาวะน้ำท่วม และได้รับการรายงานว่า ท่วมแล้วท่วมอีก ท่วมตลอดเป็นเดือน ตนมีความไม่สบายใจ และเห็นใจทุกท่าน การสัญจรไปมาก็ลำบาก จะไปหาหมอก็ลำบาก พืชผลเสียหาย วันนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ร่วมมาด้วย เป็นที่บ่งบอกแล้วว่าเราให้ความสำคัญกับปัญหาของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร

ทั้งนี้ เรื่องการป้องกันน้ำท่วมทำได้หลายมิติ ในระยะยาวต้องมีการบริหารจัดการน้ำตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เสนอขุดคูคลองเพิ่ม ตรงนี้ถือเป็นแผนระยะยาว แต่ระยะสั้นเรื่องการปล่อยน้ำทางกรมชลประทานรับปากว่าจะไปทบทวนดูแลวิธีกักน้ำปล่อยน้ำ ซึ่งต้องบริหารจัดการกันไป หากเกิดภาวะอุทกภัยหรือน้ำท่วมเกิดขึ้นหน่วยงานทุกหน่วยงานพร้อมไม่ว่าจะเป็นของนายเกรียง รมช.มหาดไทยที่ดูแลด้านป้องกันสาธารณภัยนายสุทิน กระทรวงกลาโหม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทหารราบพัฒนาก็มาดูแลช่วยเหลือบำบัดทุกข์ให้พี่น้องประชาชน แต่เราไม่อยากให้ถึงจุดนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมดูแลสร้างถนนหนทางเข้ามาด้วย โดยสัญญาว่า จะทำถนนและสะพานอีก 2 สะพานที่น้ำท่วม ซึ่งจะต้องจัดการโดยเร็ว

ระหว่างที่ตนนั่งรถเข้ามาได้คุยกับเจ้าหน้าที่รัฐหลายท่านบอกว่าที่นี่อำเภอนี้หมู่บ้านนี้มีความผูกพันมาก มีโครงสร้างสถาบันครอบครัวที่แข็งแรง พี่น้องไม่ได้ออกไปทำงานนอกเขตอยากอยู่ในเขตพื้นที่ช่วยเหลือจุนเจือด้วยกัน ดูแลผู้แก่ผู้เฒ่าด้วยกัน ผลดีตรงนี้ไม่มีใครทราบ ตนมาที่นี้ไม่มีใครบ่นเรื่องปัญหายาเสพติด เพราะสถาบันครอบครัวแข็งแรงพี่น้องคนแก่คนเฒ่าดูแลลูกหลานดีมีเวลาพูดคุยกันมีเวลาให้ความอบอุ่นแก่ครอบครัวตรงนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีและเป็นสังคมตัวอย่างที่หลายๆ อำเภอหลายๆ จังหวัด ควรที่จะนำไปพัฒนาต่อ วันนี้ดีใจที่ได้มาพบปะพูดคุย แม้มาในสภาพที่น้ำท่วมไม่ค่อยน่ายินดีสักเท่าไหร่ แต่ก็อยากมาในบริบทที่มีรอยยิ้มอย่างจริงจังและวันนี้ก็ยิ้มสุดๆหน่อย เพราะมาถึงก็เห็นน้ำท่วม ตนมาเพียงวันเดียวยังเศร้าใจ เข้าใจถึงความลำบาก วันนี้ที่มาที่นี่มาพร้อมกับเจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่าย ซึ่งทุกคนเข้าใจและสัญญาจะกลับมาดูแลพี่น้องประชาชน

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้มอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชน จำนวน 300 ชุด และยังได้มอบถุงยังชีพของเกษตรอำเภอให้กับเกษตรกรจำนวน 300 ชุดรวมถึงมะปรางซึ่งเป็นอาหารของปศุสัตว์ในช่วงที่น้ำท่วมรวมถึงต้นกล้าพันธุ์พืช เช่น มะละกอ พริกและมะเขือให้กับประชาชนด้วย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างเดินทางกลับตามเส้นทางซึ่งมีน้ำท่วมสูงเป็นระยะ นายกรัฐมนตรีได้ลงลุยน้ำและนำถุงยังชีพไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ประสบความเดือดร้อนตามรายทาง พร้อมให้กำลังใจว่า ขอให้สู้ๆ อดทนอีกหน่อยรัฐบาลพร้อมช่วยเหลือ

ทั้งนี้ ในวันดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง รอง ผบช.ภ.3 รรท.ผบก.ภ.จว.ยโสธร ได้ร่วมควบคุมการดูแลรักษาความปลอดภัย และการอำนวยการจราจร ในระหว่างที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และคณะเดินทางลงพื้นที่ เยี่ยมพบปะประชาชน และมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย บริเวณบ้านทรายงาม ต.กุดกุง อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ด้วย