หน้าแรก การเมือง ร้านอาหาร-สถา...

ร้านอาหาร-สถานบันเทิงเชียงใหม่ ลงชื่อชง ‘นายกฯนิด’ จัดโซนนิ่ง เปิดขายโต้รุ่ง-ปล่อยดริงก์24ชม.

7.10.23 | 20:35 น.

ร้านอาหาร-สถานบันเทิงเชียงใหม่ ลงชื่อชง”นายกฯนิด” จัดโซนนิ่ง เปิดขายโต้รุ่ง-ปล่อยดริงก์24ชม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ (Chiang Mai Restaurant & Bistro Association) ได้ประชุมหารือเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา และจัดทำหนังสือระบุแนวทางและประเด็นนำเสนอจากสมาคมฯถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ในหนังสือระบุว่า จังหวัดเชียงใหม่ มีรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่า 70% ของรายได้รวมจังหวัด(จีพีพี) ร้านอาหารและสถานบันเทิง สร้างรายได้ให้จังหวัดกว่า 80% ของจีพีพี หากต้องการเพิ่มรายได้แก่จังหวัดมากขึ้นและรวดเเร็ว การท่องเที่ยวน่าจะเป็นแนวทางที่สำคัญ

โดยในหนังสือ ระบุว่า ปัจจุบันร้านอาหารและสถานบันเทิงต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ มีมากกว่า 1 หมื่นร้านค้า โดยร้านอาหารและสถานบันเทิงเป็นกลไกลสำคัญในการสร้างรายได้ให้จังหวัดเชียงใหม่และชุมชนอย่างรวดเร็ว แต่ยังมีปัญหาอุปสรรต่งๆและข้อเสนอแนะ ดังนี้ สมาคมฯ เสนอ 1. ขอให้รัฐบาลอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง ร้านอาหาร สถานบริการ โรงแรม เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับการใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ให้แก่จังหวัดเชียงใหม่การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวต่างชาติ และชาวไทย ย่านที่มีนักท่องเที่ยวเป็นศูนย์กลาง และสนามบิน 2. จัดโซนนิ่งสถานประกอบการร้านอาหารและสถานบันเทิง ให้สามารถเปิดได้ 24 ชั่วโมง โดยมีเงื่อนไขตามพื้นที่ต่างๆ เช่น ในเขตอำเภอ เมืองเชียงใหม่ สามารถเปิด 24 ชั่โมง และที่ตั้งของสถานประกอบการร้านอาหาร สถานบันเทิง นั้นๆต้องไม่กระทบต่อชุมชน สังคม หรือมีผลกระทบน้อยที่สุด 3. ให้ภาครัฐลดการจัดเก็บภาษี อาทิเช่น ภาษีป้าย ภาษีที่ดิน ภาษีสรรพสามิต (ภาษีที่เก็บจากสถานบันเทิง) เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมผู้ประกอบการให้ได้ดำเนินธุรกิจอย่างมีมาดฐานมากขึ้น 4.เนื่องด้วยจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศ ควรจะมีการอนุญาติจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาได้ เช่น วันอาสาพหบูชา วันออกพรรษา เพราะเป็นช่วงวันหยุดยาวมีการเดินทางมาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว และใช้จ่ายกินใช้จำนวนมาก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้กากการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว 5. มาตรการลดหย่อนภาษีต่างๆแก่ผู้ประกอบการ จากการจ้างงาน เนื่องจากต้นทุนต่างๆ เพิ่มขึ้น รามทั้งค่แรงขั้นต่ำที่มีแนวโมปรับเพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนและชดเขยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

นายธนากร คุปตจิตต์ ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย กล่าวกับ มติชน ว่า ขณะนี้ แต่ละกลุ่มผู้ประกอบการ ได้ทยอยขอเข้าพบและชี้แจงประเด็นที่ได้นำเสนอต่อนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะได้รับมอบหมายเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นต้น ซึ่งในการหารือทุกฝ่ายจะเน้น 3 เรื่องหลัก ที่เสนอมาตลอด คือ ขยายเวลาปิดสถานบันเทิงในแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ ขยายให้ปิดได้ 04.00 น.(ตีสี่้) สำหรับร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มทั่วไป ขยายให้ปิดได้ 02.00น.(ตีสอง) ปลดล็อกเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 14.00-17.00 น. และทบทวนโซนนิ่งการห้ามขายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและมีความสมดุลในแต่ละพื้นที่มากขึ้น ส่วนประเด็นอื่นๆจะเป็นเรื่องที่แต่ละกลุ่มต้องการลดภาระความเดือดร้อนและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

” ภายในเดือนตุลาคมนี้ จะเห็นการออกมาเคลื่อนไหวเชิงการประชุม เช่น กลุ่มผู้ประกอบการถนนข้าวสาร พัทยา ภัตตาคารและเอสเอ็มอี จากนั้นก็รวบรวมเพื่อเข้าพบรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถี่มากขึ้น หลังจากที่นายกรัฐมนตรี มีความเห็นต่อเพิ่มเวลาการทำธุรกิจกลางคืน ที่จะมีผลดีทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเราย้ำอยากให้ปลดล็อกได้ทันหน้าท่องเที่ยวที่จะฟื้นมากขึ้นในปลายปีนี้ เป็นหน้าค้าขาย จากท่องเที่ยวและกำลังซื้อรับปีใหม่ ก็ไม่อยากให้เสียโอกาส ซึ่งบ้างอย่างสามารถทำได้ทันที เพราะในเดือนตุลาคมนี้ก็เริ่มที่จะมีการทบทวนกฎหมายและโครงการต่างๆตามที่นายกฯสั่งการให้เร่งทบทวน หวังว่าจะเห็นความคืบหน้าในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการ ธุรกิจ ได้เตรียมตัวและทำการประชาสัมพันธ์ จะเป็นแรงส่งต่อการเพิ่มรายได้และกระตุ้นจีดีพียาวต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า รองรับพอดีกับงบดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท จะออกมากระตุ้นอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้กำลังซื้อเริ่มดี แต่ก็มีเหตุยิงในห้าง กลับมาสร้างความกังวลต่อการมาเที่ยวไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะชาวจีน รวมถึงคนไทยเองด้วย ดังนั้น อะไรที่เป็นแรงจูงใจใช้จ่ายได้ รัฐบาลก็น่าจะเร่งทบทวนให้ หลายเรื่องเห็ยนายกรัฐมนตรีและครม.เห็นชอบได้เร็ว ” นายธนากร กล่าว

Advertisement