“พริษฐ์” ยัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไม่สร้างปมขัดแย้งเพิ่ม แต่แก้ปัญหาต้นตอ หวัง พท.เห็นด้วย ชวนเสนอยื่นประกบ แจง ไร้คดี ม.112 ในร่าง กม. เหตุไม่ได้เจาะจงฐานความผิด เป็นหน้าที่ คกก.วินิจฉัยว่าเข้าข่ายหรือไม่
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดอันเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองของพรรค ก.ก. อาจสร้างประเด็นความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้นว่า เหตุผลของพรรค ก.ก.ในการยื่น พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่ได้เป็นไปเพื่อเพิ่มความขัดแย้ง ณ ปัจจุบัน แต่ยื่นเข้าไปด้วยจุดมุ่งหมายในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต จนนำมาสู่การดำเนินคดีทางการเมืองจำนวนมากตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจจุบัน
นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า เราก็ยังคาดหวังว่า พรรค พท.น่าจะเห็นตรงกันในหลักการของการเสนอการนิรโทษกรรมทางการเมือง เพราะในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ก็มีหลายเวทีที่ตัวแทนของพรรค พท.ได้แสดงความเห็นชัดเจนว่าสนับสนุนให้ยุติการดำเนินคดี และการนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองในอดีต ซึ่งแม้ว่ารายละเอียดบางประการจะมีความแตกต่างกัน แต่ก็หวังว่าพรรค พท.จะมีทิศทางสอดคล้องกับพรรค ก.ก. ที่มองว่าเรื่องนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในอดีต
“ทางพรรค ก.ก.ยืนยันว่า การเสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง หากพรรคการเมืองอื่นเห็นสอดคล้องกันในทิศทาง แต่เห็นต่างในรายละเอียด ก็สามารถยื่นร่างนิรโทษกรรมของตัวเองมาประกบร่างของพรรค ก.ก.ได้ และเราจะใช้เวทีของรัฐสภา ในการแลกเปลี่ยนในเชิงของรายละเอียด และหาข้อสรุปที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย” นายพริษฐ์กล่าว
นายพริษฐ์กล่าวอีกว่า การเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมครั้งนี้ เป็นข้อเสนอที่ถูกเสนอ โดยหลายฝ่ายทางการเมือง ไม่ใช่แค่พรรค ก.ก.ฝ่ายเดียว อย่างในสมัยช่วงปลายของสภาชุดที่แล้ว ก็เคยมี ส.ส.จากพรรคการเมืองขั้วรัฐบาล เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การนิรโทษกรรมจะรวมถึงคดีที่เกี่ยวกับมาตรา 112 ด้วยหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ในตัวร่างกฎหมายเราไม่ได้ระบุฐานความผิดในเชิงข้อกฎหมายข้อใดข้อหนึ่ง เพราะภายในกรอบของฐานความผิดใดความผิดหนึ่ง ก็จะมีคดีที่ทั้งมีและไม่มีมูลเหตุจูงใจจากความขัดแย้งทางการเมือง ในเมื่อเจตนาของร่าง พ.ร.บ.ของพรรค ก.ก. คือการนิรโทษกรรมคดีที่มีมูลเหตุจูงใจมาจากความขัดแย้งทางการเมือง และเป็นในลักษณะของการแสดงออกทางการเมือง จึงไม่สามารถระบุฐานความผิดไปในตัวของกฎหมายได้
ทั้งนี้ สิ่งที่เราจะทําคือตั้งคณะกรรมการ ซึ่งเป็นตัวแทนจากทุกฝ่ายมาทำหน้าที่วินิจฉัยว่า กรณีต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจจุบัน มีคดีอะไรบ้างที่มองว่าเป็นการแสดงออกทางการเมือง หรือมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมือง
เมื่อถามถึงกรณีที่นายชูศักดิ์เสนอว่า ควรตกผลึกให้ชัดเจนก่อนว่า อะไรคือคดีการเมือง หรืออะไรคือการแสดงออกทางการเมือง นายพริษฐ์กล่าวว่า เป็นเรื่องท้าทายที่จะระบุฐานความผิดที่จะนิรโทษกรรมไปในตัวบทกฎหมาย เพราะในทุกฐานความผิด จะมีทั้งคดีที่เข้าข่ายและไม่เข้าข่าย ซึ่งก็จะมีคณะกรรมการที่จะมาวินิจฉัยว่าคดีไหนเข้าข่ายบ้าง แต่ในตัวกฎหมายฉบับนี้จะมีการระบุถึงบางฐานความผิดที่จะไม่ได้รับการนิรโทษกรรม ตนเข้าใจเจตนาของนายชูศักดิ์ที่ต้องการให้ทุกฝ่ายการเมืองหาข้อสรุปร่วมกัน คิดว่าเวทีที่ดีที่สุดก็ควรจะเป็นรัฐสภา ดังนั้นจึงขอเชิญชวนพรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นพรรค พท.และพรรคอื่นๆ ในสภา ถ้ายังเห็นต่างในเชิงรายละเอียด ก็สามารถยื่นร่างกฎหมายมาประกบได้

