⦁…เป็นอันเรียบร้อยโรงเรียนรัฐสภา สำหรับการตั้ง คณะกรรมาธิการ (กมธ.) และเลือกตัวประธานทั้ง 35 คณะ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ไผเป็นไผ นั่งเก้าอี้ประธานคณะไหน ก็ได้รู้กันไปหมดแล้ว แต่อาจยังมี หงุดหงิดหัวใจ ด้อมส้มทั้งหลาย เกิดคำถามกวนใจ พรรคก้าวไกล อยู่บ้าง ว่าสุดท้ายแล้วทำไมจึงได้ประธานคณะกรรมาธิการแค่ 8 คณะ ทั้งๆ ที่สัดส่วนโควต้าของก้าวไกลต้องได้ 10 คณะ เพราะมี ส.ส.ตั้ง 151 เสียง ขณะที่พรรคเล็กๆ อย่าง ไทยสร้างไทย ที่มี ส.ส.เพียง 6 คน กลับได้ตำแหน่ง ประธานคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ติดปลายนวมไปอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งความจริงน่าจะไม่ได้ตำแหน่งประธานคณะไหนเลย

เรื่องนี้ที่จริงแล้ว ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล บอกว่าไม่ได้มีอะไรลึกลับในกอไผ่ เป็นเพราะตกลงกับพรรคการเมืองอื่น ว่าบางคณะ กมธ. จะผลัดกันเป็นประธาน กมธ.คนละครึ่ง เป็นหนึ่งในเงื่อนไขการเจรจาต่อรองว่าพรรคไหนจะได้ กมธ.ชุดไหน เงื่อนไขนี้มี 1 คณะ
ส่วนอีกคณะ ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ถือเป็นการแบ่งการทำหน้าที่ประธาน กมธ. ให้กับพรรคร่วมฝ่ายค้านคือ ไทยสร้างไทย เป็นคนละสมัย เพื่อให้บรรยากาศการทำงานร่วมกันเป็นไปด้วยดี ทั้งหมดนี้ได้ทำความเข้าใจกับ ส.ส.ในพรรคแล้ว ถือเป็นข้อยุติ
ฉะนั้น จึงมีชื่อ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ มานั่งเป็น ประธานคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม แทนที่ คุณหมอเก่ง–นายแพทย์ วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ถูกวางตัวไว้แต่แรก
คำอธิบายของชัยธวัชแม้จะแจ่มแจ้งชัดเจน แต่แมงหวี่แมงวันยังไม่คลายสงสัย ทำหน้าที่เจาะลึกสืบข่าวเล่าความต่อว่า จริงๆ แล้ว ฐากร ต้องขอบคุณคุณหมอวาโยและสปิริตของพรรคก้าวไกล เพราะถ้าวันประชุมหากคุณหมอไม่มาจับเข่าคุยกับฐากรก่อน ก็คงไม่รู้ว่า ฐากร เคยทำงานในสำนักงบประมาณมานานถึง 18 ปี และคลุกคลีกับวงการเทคโนโลยีมานานเพราะเคยนั่งในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ทำเอาคุณหมอวาโยอึ้งทึ่ง ถึงกับยกตำแหน่งประธาน กมธ.ชุดดังกล่าวให้กับฐากร อย่างไม่ลังเล นับว่าเป็นการให้โอกาสกับคนมีความรู้ความสามารถ
⦁⦁⦁⦁⦁
⦁…มูลนิธิดำรงชัยธรรม ครบรอบ 25 ปี ได้สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนไทยมาต่อเนื่องยาวนาน ที่ผ่านมามูลนิธิได้ผลิตบัณฑิตออกสู่สังคมกว่า 500 คน ในหลากหลายสาขาอาชีพ อาทิ แพทย์ พยาบาล ครู รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่ได้นำความรู้ ความสามารถไปส่งต่อโอกาสให้กับผู้อื่นผ่านชมรมบัณฑิตทุน จากพี่สู่น้อง ทั้งแพทย์อาสาออกช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล, วิทยากรให้ความรู้ในเรื่องการเกษตรครบวงจร, ครูตำรวจตระเวนชายแดนสอนวิชาภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนชายแดนในป่า และกิจกรรม “Back to School” แนะแนวการศึกษาและอาชีพให้กับน้องๆ ที่กำลังเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย เป็นต้น เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของ คุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการมูลนิธิ “ไม่ใช่แค่ให้โตได้ แต่อยากให้โตดี” ช่วยกันบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ คนโตดีจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องให้เติบใหญ่เป็นบุคลากรคุณภาพที่จะช่วยพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืน

นอกจากสนับสนุนในเรื่องการศึกษา ยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคมอีกด้วย ล่าสุดได้เข้ารับพระราชทานโล่ที่ระลึก ในฐานะผู้มีอุปการคุณและทำคุณประโยชน์แก่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เนื่องในวันมหิดล 2566 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของ อากู๋ ไพบูลย์ และชาวแกรมมี่ ในการทำความดีเพื่อสังคมต่อไป
คุณอ้อ

