‘พีมูฟ’ ปักหลักต่อจนกว่าเรื่องเข้า ครม. จี้นายกฯลงนามตั้ง คกก.แก้ปัญหา หลังเจรจากับ ‘ธรรมนัส’

‘พีมูฟ’ ลั่นปักหลักต่อจนกว่าเรื่องเข้า ครม. จี้นายกฯลงนามตั้ง คกก.แก้ปัญหา หลังเจรจากับ ‘ธรรมนัส’

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ทำเนียบรัฐบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ (P-move) ชุมนุมปักหลักทวงสิทธิประชาชน โดยภายหลังจากส่งตัวแทนกลุ่ม จำนวน 30 คน ร่วมเจรจากับตัวแทนรัฐบาล ครั้งที่ 1 โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มอบอำนาจในการพูดคุยและเจรจากับทางพีมูฟ ร่วมเจรจาด้วยนั้น

บรรยากาศเวลา 12.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการเจรจา ตัวแทนพีมูฟร่วมแถลงนโยบาย 10 ด้าน ซึ่งเป็นนโยบายสาธารณะ มีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมที่เป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้ประโยชน์จากการขับเคลื่อนในครั้งนี้ ได้แก่

1.ประชาธิปไตยใหม่ แก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และเลือกตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 100%

Advertisement

2.กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น กระจายการจัดการที่ดินสู่ชุมชน เลือกตั้งผู้ว่าราชการโดยตรง กระจายอำนาจและงบประมาณสู่ท้องที่ท้องถิ่น และจัดทำแผนกระจายอำนาจและให้สิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร

3.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เร่งนิรโทษกรรมให้ประชาชน ยกเลิกคดีความที่ไม่เป็นธรรม มีกลไกกลั่นกรองคดีละเมิดสิทธิอย่างมีส่วนร่วม สิทธิเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างถ้วนหน้า และแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม 2558 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง 10 ประเด็น

4.กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ปกป้องพื้นที่เกษตรกรรรมของทุกคน กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ผลักดัน พ.ร.บ.ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า, พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน, พ.ร.บ.สิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร และ พ.ร.บ.คุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและระบบเศรษฐกิจชุมชนที่ไม่ทำลายธรรมชาติ ปรับปรุงประมวลกฎหมายและเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบ และทบทวนนโยบายการเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก.เป็นโฉนด และรูปแบบการทำงานของ บจธ.

5.หยุดมรดก คสช.ทวงคืนผืนป่า ค้าคาร์บอนเครดิต คืนสิทธิชุมชน ยกเลิกนโยบายทวงคืนผืนป่า ทบทวนแผนแม่บทป่าไม้ฯ ยกเลิกมติ ครม. 30 มิ.ย.2541 ทบทวนมติ ครม. 26 พ.ย.2561 แก้ไข พ.ร.บ.อุทยานฯ 2562, พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองฯ 2562, พ.ร.บ.ป่าชุมชน 2562 ทบทวนนโยบายคาร์บอนเครดิต หยุดฟอกเขียวกลุ่มทุน ยึดที่ประชาชน เท่าทันภัยพิบัติ ปลดล็อกข้อจำกัด ป้องกันภัยพิบัติโดยชุมชน

6.กระจายอำนาจการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน นโยบายส่งเสริมการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนท้องถิ่น ‘1 ท้องถิ่น 1 ศูนย์ภัยพิบัติ’ และแก้ไข พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550

7.กฎหมายคุ้มครองชาติพันธุ์ คืนสิทธิคนเท่ากัน อย่างเท่าเทียม ขับเคลื่อนมติ ครม.ชาวเล 2 มิ.ย.2553 มติ ครม.กะเหรี่ยง 3 ส.ค.2553 โดยชุมชนมีส่วนร่วม และผลักดัน พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์

8.สถานะบุคคล พิสูจน์สิทธิได้ ไม่ตก แก้ไขปัญหาสิทธิสถานะบุคคลให้เสร็จภายในปี 2567 เร่งรัดสำรวจตามมติ ครม. 26 ม.ค.2564 โดยระบุกลุ่มอย่างชัดเจน แต่งตั้งกรรมการแก้ปัญหาที่เป็นกลาง เกิดการปฏิบัติในพื้นที่โดยประชาชนมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการ และจัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนที่รอการแก้ปัญหา

9.สร้างรัฐสวัสดิการ สร้างประชาธิปไตย สู่สังคมไทยเสมอหน้า เปลี่ยนรัฐอำนาจนิยมเป็นรัฐสวัสดิการ ทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยต้องเข้าถึงสวัสดิการเสมอกัน สวัสดิการถ้วนหน้า เด็ก การศึกษา สุขภาพ ที่อยู่อาศัย คน ประกันสังคม ผู้สูงอายุ สิทธิทางสังคม และปฏิรูปภาษี

10.สิทธิที่อยู่อาศัย คือ สิทธิมนุษยชน จัดสรรที่ดินรัฐให้ประชาชนอยู่อาศัย หยุดใช้มาตรการไล่รื้อชุมชน จัดสรรงบประมาณแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย และทบทวนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแบบแปลงรวม

ทั้งนี้ พีมูฟยังร่วมแถลงเรื่องผลการเจรจาอย่างเป็นทางการกับรัฐบาล และท่าทีของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ความว่า

นับเป็นวันที่ 8 แล้ว ที่ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ ได้ปักหลักชุมนุมอยู่ที่ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องข้อเสนอเชิงนโยบาย 10 ด้าน อันจะเป็นนโยบายเพื่อรองรับประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่ด้านการจัดการที่ดิน ทรัพยากร ที่อยู่อาศัย ชาติพันธุ์และสิทธิสถานะ รัฐสวัสดิการ การกระจายอำนาจ จนถึงการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย จนมีการเปิดการเจรจากับรัฐบาลในวันนี้ ซึ่งมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในที่ประชุม

ผู้แทนของรัฐบาลได้รับหลักการข้อเรียกร้องเชิงนโยบายทั้ง 10 ด้าน รวมถึงปัญหารายกรณี ปัญหาเร่งด่วน ปัญหาการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และการคุ้มครองพื้นที่โฉนดชุมชน เราได้เจรจาให้ ร.อ.ธรรมนัสได้ดำเนินการสรุปผลการเจรจารายงานนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน และนำเรื่องเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไปในวันพรุ่งนี้

อย่างไรก็ตาม เราเรียกร้องเพิ่มเติมให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ที่ต้องมีรักษาการนายกรัฐมนตรีลงนามแต่งตั้งเป็นอย่างน้อย เนื่องจากเราทราบดีว่า นายเศรษฐาติดภารกิจในต่างประเทศ และหลังจากนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการเปิดประชุมคณะกรรมการชุดดังกล่าวให้ได้เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาทุกเรื่องอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด แล้วนำเรื่องทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อเป็นหลักประกันทางนโยบายว่าการกลับบ้านไปของเราครั้งนี้จะไม่มีใครต้องถูกข่มขู่ คุกคาม ดำเนินคดี และแย่งยึดที่ดินทรัพยากรอีก รวมถึงมีช่องทางให้เราได้ติดตามและร้องเรียนความไม่เป็นธรรมที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ฉะนั้น เราขอประกาศต่อสื่อมวลชนและสาธารณชนทั่วประเทศ ว่าเรายังยืนยันจะปักหลักชุมนุมต่อไปจนกว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาฯ ในวันที่ 16 ตุลาคม และนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 17 ตุลาคม โดยในระหว่างนี้รัฐบาลได้ยื่นเงื่อนไขให้พีมูฟย้ายสถานที่ปักหลักชุมนุม ซึ่งเรายังอยู่ระหว่างการหารือและรอผลการประชุมคณะรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นในวันนี้

และในระหว่างที่กระบวนการแก้ไขปัญหากำลังดำเนินไปนั้น เราขอส่งเสียงไปยังรัฐบาลอีกครั้งว่า เรายืนยันสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก รวมถึงการชุมนุมโดยสงบของพวกเรา ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ โดยการบังคับใช้พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 จะต้องเป็นไปเพื่อการคุ้มครองสิทธิในการชุมนุม มิใช่เป็นไปเพื่อการควบคุมและละเมิดสิทธิประชาชน รวมถึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในรัฐบาลทุกคนต้องกำกับ ดูแล เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกระดับชั้น ไม่ให้มีพฤติกรรมคุกคาม ยั่วยุ ข่มขู่ และใช้อำนาจในทางมิชอบ และหมายรวมถึงหยุดความพยายามขอหมายศาลเพื่อสั่งให้กลุ่มพีมูฟยุติการชุมนุม ให้สมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ที่ไม่ควรมองประชาชนคนยากจนเป็นศัตรู

พีมูฟทวงสิทธิ สร้างอำนาจกำหนดชีวิตประชาชน

9 ตุลาคม 2566
ณ ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image