หน้าแรก การเมือง เปิดไทม์ไลน์ ...

เปิดไทม์ไลน์ ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ ประพฤติผิดมิชอบ คดีวอเตอร์ฟร้อนท์ ถูกรวบคาสุวรรณภูมิ

9.10.23 | 14:49 น.

เปิดไทม์ไลน์คดี ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ ประพฤติผิดมิชอบ วอเตอร์ฟร้อนท์พัทยา ก่อนถูกรวบคาสุวรรณภูมิ

รวบตัวนำส่งอัยการแล้วเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ “นายอิทธิพล คุณปลื้ม” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม หลังมีหมายจับ ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา

คดีดังกล่าว ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 จ.ระยอง ได้ออกหมายจับนายอิทธิพล ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา หลังที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายอิทธิพล กรณีพิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (แบบ อ.1) เลขที่ 700/2551 ลงวันที่ 10 กันยายน 2551 ให้แก่บริษัท บาลี ฮาย จำกัด เพื่อก่อสร้าง อาคารโครงการวอเตอร์ฟร้อนท์ บริเวณเชิงเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

ย้อนกลับไปถึงโครงการ “วอร์เตอร์ฟร้อนท์ สวีท แอนด์ เรสซิเดนท์” เป็นโครงการก่อสร้าง คอนโดมิเนียมสุดหรู ริมอ่าวพัทยา บริเวณท่าเรือแหลมบาลีฮาย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

โครงการดังกล่าว มีขนาดความสูง 53 ชั้น จำนวน 312 ห้อง ราคาห้องละ 4-12 ล้านบาท อยู่บนพื้นที่ 2 ไร่ 1 งาน 83 ตารางวา โดย บริษัท บาลีฮาย จำกัด ยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.2551 จากเมืองพัทยา

Advertisement

ซึ่งนายอิทธิพล ขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา ได้พิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (แบบ อ.1) เลขที่ 700/2551 ลงวันที่ 10 กันยายน 2551 ให้แก่บริษัท บาลี ฮาย จำกัด เพราะมีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง โครงการได้ยื่นเอกสารสำคัญทั้ง เอกสารกรรมสิทธิ์ครอบครองที่ดิน แบบแปลนอาคาร และรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA

ขณะนั้น ไม่มีการพิจารณา หรือคำสั่งในเรื่องของที่ดินว่ามีที่มาถูกต้องกฎหมายหรือไม่ จึงเป็นการออกใบอนุญาตตามขั้นตอน

กระทั่งปี 2557 นายอิทธิพล คุณปลื้ม ได้สั่งระงับการก่อสร้างอาคาร โดยระบุว่า ไม่ต่อในอนุญาตก่อสร้างในรอบ 3 เนื่องจากพบว่ามีการก่อสร้างผิดแบบตั้งแต่ฐานราก ทั้งช่องลิฟต์ และบันไดหนีไฟ

ปลายปี 2559 โครงการได้แจ้งต่อเมืองพัทยาว่า พร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไข และข้อกำหนดทางกฎหมาย ลดความสูงของอาคารลง 8 ชั้น เพื่อลดผลกระทบของประชาชนที่ต่อต้านหนัก ซึ่งโครงการไปบดบังภูมิทัศน์และตั้งขวางแนวอนุสาวรีย์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บนเขา สทร.5 พัทยา

ต่อมา เมืองพัทยา ไม่ออกใบอนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้าง และมอบหมายให้นิติกรเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อ บริษัท บาลี ฮาย จำกัด ใน 2 ข้อหา คือ 1.ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น และ 2.บุกรุกพื้นที่สาธารณะบริเวณเชิงเขา จนผู้ซื้อห้องชุดได้รวมตัวเรียกร้องสิทธิ กระทั่งโครงการต้องยื่นขอฟื้นฟูกิจการ หลังแบกภาระหนี้กว่า 2.39 พันล้านบาท ในปี 2561 แต่ศาลไม่รับคำร้อง

ปี 2560 นายอภิชาต วีรปาล รองนายกเมืองพัทยา ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของ คสช. ได้ลงนามคำสั่งเมืองพัทยา ให้รื้อถอนอาคารดังกล่าว ให้แล้วเสร็จใน 365 วัน

จากนั้นปี 2563 นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ได้ลงนามคำสั่ง ออกประกาศเชิญชวนให้ภาคเอกชน ร่วมเสนอราคาและวิธีการรื้อถอนอาคารอย่างเป็นทางการ ระบุว่า ต้องรื้อเพราะก่อสร้างผิดแบบจากแปลนที่ได้รับอนุญาต หลังคดียืดเยื้อมานานนับ 10 ปี

ล่าสุดปีนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติ 5:1 เห็นว่า นายอิทธิพล มีความผิด ตาม ม.157 และมีมูลสั่งให้พ้นตำแหน่ง โดยพนักงานอัยการสำนักงานปราบปรามคดีทุจริตภาค 2 ได้นัดตัวส่งฟ้องนายอิทธิพล เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่า นายอิทธิพลไม่ได้เดินทางมาตามนัด

ป.ป.ช.ในฐานะผู้ร้อง จึงยื่นศาลขอออกหมายจับ และศาลพิจารณาแล้วว่า จำเลยทราบหมายโดยชอบแล้วไม่เดินทางมา มีพฤติการณ์หลบหนีให้ออกหมายจับในวันที่ 5 กันยายน 2566

อย่างไรก็ตาม 6 กันยายน 1 วันหลังจากมีการออกหมายจับ บันทึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้บันทึกไว้ว่า นายอิทธิพลเดินทางออกนอกประเทศไปตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ด้วยสายการบิน กัมพูชา แอร์ไลน์ เที่ยวบิน KR0702 ไปยังกรุงพนมเปญ

ขณะที่ อัยการได้ออกมาระบุว่า ป.ป.ช.ได้ส่งเรื่องให้อัยการไปตั้งแต่ 3 สิงหาคมแล้ว และพิจารณาสั่งฟ้องตั้งแต่ 30 สิงหาคม

22 กันยายน นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า นายอิทธิพลได้ประสานเพื่อขอมอบตัว โดยไม่ทราบว่าจะมอบตัวกับหน่วยใด

ล่าสุด 9 ตุลาคม 2 สัปดาห์ หลังประสานเข้ามอบตัว ตำรวจ ตม.ได้จับกุมตัวนายอิทธิพล เป็นที่เรียบร้อย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นำตัวไปที่สำนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 และส่งตัวไปยังศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 เพื่อส่งฟ้องต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง