หมายเหตุ – นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงการคลัง แถลงความคืบหน้าโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ภายหลังนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์บางส่วน ร่วมลงชื่อคัดค้านนโยบาย ที่กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
ก่อนอื่นขอกล่าวว่า รู้สึกดีใจ ที่มีการถกเถียงในเรื่อง โครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาทให้กับประชาชน ไม่ว่าจะมาจากภาควิชาการ ภาคการคลัง หรือภาคประชาชน ก็ตามเป็นบรรยากาศที่ไม่ได้เห็นมานาน ในการเปิดกว้างทางวิชาการ รู้สึกเหมือนห่างหายไปเป็น 10 ปี ในช่วงรัฐบาลก่อน ทั้งที่ก่อนหน้านี้นโยบายก็มีข้อถกเถียง ในเรื่องของการใช้เงินอย่างคุ้มค่า ในเรื่องการกระตุ้น เศรษฐกิจพัฒนาคุณภาพชีวิต การฟื้นตัวหลังจากการระบาดโควิด-19
สภาวะเศรษฐกิจไทย ยังไม่ได้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพที่มี และยังเติบโตช้ากว่าในประเทศในภูมิภาค และยังไม่เติบโตไปถึงคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน หลายคนยังอยู่ในความเปราะบาง ดังนั้น นโยบายการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะเป็นการจุดชนวนเศรษฐกิจให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง รัฐบาลจะใส่เงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง กระจายไปยังทุกที่ ให้หมุนเวียนไปในระบบเศรษฐกิจ ให้ถึงฐานราก ให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างโอกาสประกอบอาชีพ เกิดการจ้างงาน ภาคธุรกิจก็จะขยายการลงทุน การกิจการ เพิ่มประสิทธิภาพการจ้างงาน ส่วนนี้เป็นหลักคิดเบื้องต้นที่รัฐบาลได้วางไว้ และยังเชื่อมั่นว่าด้วยกลไกของนโยบายเติมเงิน 10,000 บาท จะประสบผลสำเร็จได้ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ได้ โดยรัฐบาลจะได้รับเงินคืนมาในรูปแบบของภาษี และนอกจากนี้ยังเป็นการวางรากฐาน เรื่องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และมุ่งสู่การเป็น รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) ที่สมบูรณ์แบบในอนาคต
แน่นอนว่า นโยบายนี้ไม่ได้ยืนอยู่ได้ด้วยนโยบายเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของชุดนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน ที่ได้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐบาลไป เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา รัฐบาลยังคงเดินหน้าทำตามสิ่งที่ได้ให้คำมั่นต่อพี่น้องประชาชน และให้คำมั่นต่อรัฐสภาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ฟรีวีซ่า การลดค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมันดีเซล การควบคุมราคาสินค้าพื้นฐาน การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ และการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ อาทิ เอลนิโญ รวมทั้งการจัดทำงบประมาณที่เน้นเรื่องของประสิทธิภาพ ซึ่งการขับเคลื่อนนโยบายทั้งหมด จะเป็นองค์ประกอบในการสร้างความมั่นคงให้กับประเทศไทย ระบบเศรษฐกิจไทย ตามที่รัฐบาลได้ตั้งเป้าไว้ว่า จะขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ได้ในระดับ เฉลี่ย 5% ต่อปี ในระยะเวลา 3-4 ปีข้างหน้า
สำหรับคำถามเกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตนั้น ขอเรียน ดังนี้ 1.ทำไมต้องมีโครงการดิจิทัลวอลเล็ต นั้น แน่นอนว่าเนื่องจากประเทศไทยมีปัญหาสะสม จนประชาชนส่วนใหญ่มีความยาก ลำบาก รัฐบาลและในสถานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ด้วย ลองไปถามคนต่างจังหวัด ร้อยทั้งร้อย รอนโยบายนี้ด้วยความหวัง แต่แน่นอนรัฐบาลไม่ได้ละเลยเสียงสะท้อนไม่ว่าจะเป็น ภาควิชาการ หรือภาคอื่นๆ ที่เห็นความแตกต่าง อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้เป็นความหวังของประชาชน แน่นอนว่ารัฐบาลต้องดำเนินนโยบายนี้ให้สำเร็จ
ตอนนี้จะเห็นว่าตัวเลขหลายตัวสะท้อนให้เห็น เช่น รายได้เกษตรกรที่ลดลง การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแม้แต่หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เห็นว่าตอนนี้ประเทศไทยยังอยู่ในความเปราะบาง รวมถึง การเติบทางเศรษฐกิจที่เห็นกันแล้วว่าเติบโตช้ากว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ดังนั้นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ครั้งนี้ จึงเป็นความจำเป็นที่จะสามารถรีสตาร์ตชีวิตของพี่น้องประชาชนได้อีกครั้งหนึ่ง
ส่วนคำถามต่อมา เงินดิจิทัล คืออะไร ซึ่งบางคนพูดกันว่า เป็นสกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซี่ ขอชี้แจงว่า เงินในนโยบายดิจิทัล 10,000 บาทนั้น ไม่ใช่เงินที่รัฐบาลเสกขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่รัฐบาลผลิตขึ้นมาเอง แต่เงินที่จะใช้ทุกบาทยังเป็นไปตามกรอบกฎหมาย ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ย้ำว่า ไม่มีการพิมพ์เงินขึ้นมาใหม่ ไม่มีการแพลตฟอร์ม แล้วเขียนโปรแกรมสร้างสกุลเงินใหม่ เพราะเงินในโครงการจะมีมูลค่าเท่ากับเงินบาท และมีการรองรับด้วยเงินบาทไทย เป็นเพียงแค่ กฎเกณฑ์ การกำหนดให้ใช้จ่ายในรูปแบบดิจิทัลเท่านั้น
ส่วนกรณีที่รัศมีการใช้จ่าย 4 กิโลเมตร นับจากทะเบียนบ้านนั้น ขณะนี้ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต กำลังพิจารณา และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการขยายมากกว่า 4 กิโลเมตร เพื่อให้เกิดการคล่องตัวในการใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน ซึ่งอาจจะขยายเป็นใช้จ่ายภายในอำเภอ หรือตำบล ตามทะเบียนบ้าน
ขณะที่เรื่องของแหล่งเงิน ขอเรียนว่ายังต้องใช้เวลาในการพิจารณา เนื่องจากมีตัวเลือกจากหลายแหล่งที่มีมา แต่จะใช้จากงบประมาณเป็นหลัก ซึ่งยังอยู่ระหว่างให้หน่วยงานต่างๆ ยื่นขอใช้งบประมาณปี 2567 แต่จะไปตัดส่วนที่มองว่าเป็นส่วนเกินมาใช้ในโครงการ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงยึดมั่นในกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลัง ที่รัฐบาลเพื่อไทยยึดมั่นมาโดยตลอด
จากประสบการณ์การทำงานรัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทยในอดีต เราเป็นพรรคที่ชำระหนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ก่อนเวลา เราเป็นพรรคที่สามารถสร้างงบประมาณสมดุลได้ ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ยังยึดมั่นแบบเดิม ยังคงเห็นความสำคัญ ของวินัยการเงินการคลัง
ทั้งนี้ รายละเอียดทุกเรื่องของ โครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท จะได้ขอสรุปภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ โดยจะมีการคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต นัดแรก ในวันที่ 12 ตุลาคม จะมีแถลงผลการประชุมด้วย และจะนัดคณะอนุกรรมการ มาประชุมหาข้อสรุปอีกครั้ง ในวันที่ 19 ตุลาคม เพื่อที่จะรวบรวมนำเสนอ คณะกรรมการโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ชุดใหญ่ ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ ต่อไป
ส่วนข้อห่วงใย เรื่องของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจนั้น แน่นอนว่า รัฐบาลก็ยึดกรอบเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ อย่างไรก็ดี ถ้าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวเพียง 2% ต่อปีอย่างในอดีต ประชาชนไม่สามารถหลุดพ้นจากความยากลำบากได้ ดังนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องสร้างให้เศรษฐกิจโตอย่างเหมาะสม และมีเสถียรภาพไปพร้อมกัน เพื่อหาจุดที่สมดุล ดังนั้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงยังมีความจำเป็น
เผ่าภูมิ โรจนสกุล
เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง พร้อมรับฟังความเห็นทางวิชาการที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกันจะรวบรวมนำเรื่องเหล่านี้เข้าไปเสนอในชั้นคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ที่มีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน และจะเสนอคณะกรรมการโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ชุดใหญ่ ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เป็นลำดับต่อไป ด้วย
อย่างไรก็ตาม ขอชี้แจงในประเด็นของนักวิชาการ ดังนั้น ประเด็นแรก การเติมเงินในลักษณะนี้เป็นการเติมเงินที่ไม่เหมือนครั้งก่อนในอดีต เพราะโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทเป็นการเติมเงินแบบมีเงื่อนไข ซึ่งแตกต่างจากนโยบายในอดีต ที่การเติมเงินแบบไม่มีเงื่อนไข เพราะฉะนั้นจะเปรียบเทียบไม่ได้ในแง่ของมิติผลกระทบทางเศรษฐกิจ
เพราะฉะนั้น จึงเป็นคำตอบว่าทำไมโครงการนี้ต้องมีเงื่อนไขรัศมีการใช้งานและกรอบระยะเวลา และเงื่อนไขในแง่มุมร้านค้าที่ต้องอยู่ในระบบภาษีนั้น ก็ออกแบบมาเพื่อให้เกิดผลบวกทางเศรษฐกิจ และมีการกระจายตัวของเม็ดเงินมากกว่าเดิม นอกจากนี้ การจ่ายเงินที่แตกต่างจากในอดีต คือใช้ระบบแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่ไม่ใช่แบบอนาล็อก ที่มีความง่าย รวดเร็ว ปลอดภัยสูงกว่า โครงการอื่นๆ เพราะฉะนั้นจึงเป็นข้อแตกต่างที่ไม่ใช่สามารถนำตัวเลขในอดีต หรือบทวิจัยในอดีตมาประเมินผลกระทบในเชิงบวกของเศรษฐกิจได้
ประเด็นที่ 2 กระจายเม็ดเงินที่สูงถึง 10,000 บาทต่อคน ซึ่งแตกต่างจากการแจกเงินแบบกะปริบกะปรอยในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลไม่ใช่แค่ต้องการกระตุ้นการบริโภคเพียงอย่างเดียว แต่จำนวนนี้มากพอที่จะให้ประชาชนนำไปรวมกันและลงทุน เป็นการลงทุนขนาดเล็กที่จะเกิดขึ้นในชุมชน และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนภายในได้ ดังนั้นการคิดคำนวณผลทางเศรษฐกิจ ต้องไม่ลืมคิดถึงผลประโยชน์ของการสร้างอาชีพใหม่ การสร้างการลงทุนใหม่ๆ การให้ประชาชนในพื้นที่ลืมตาอ้าปากได้จากรายได้ใหม่ รวมถึงความเหลื่อมล้ำที่จะลดลงจากโครงการนี้
ประเด็นที่ 3 อีกประโยชน์ของโครงการนี้ที่ยังไม่ค่อยมีคนพูดถึง คือ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ซึ่งนำประเทศไปสู่ Digital Economy มีมูลค่ามหาศาล โดยรัฐบาลมองไปถึงการสร้างซุปเปอร์แอพพลิเคชั่นที่จะรวบรวมความสะดวกต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นเป็นรัฐบาลดิจิทัลให้เกิดขึ้น
ประเด็นที่ 4 ดิจิทัลวอลเล็ต ไม่ใช่โครงการเดียวของรัฐบาลชุดนี้ แต่เป็นเพียงหนึ่งในโครงการที่จะเกิดขึ้นของรัฐบาลนี้ เรามีการวางแผนว่าโครงการนี้จะตามอีกหลายมาตรการ ทั้งในเรื่องการดึงดูดนักลงทุน การดึงดูดการลงทุน ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคการบริการสมัยใหม่ ที่จะได้ผลกระทบจากกำลังซื้อที่สูงขึ้นจากดิจิทัลวอลเล็ต
และประเด็นที่ 5 ความแตกต่างเรื่องของเสถียรภาพและศักยภาพ ที่ผ่านมาประเทศไทยโตแบบมีเสถียรภาพ แต่โตต่ำเพียง 2-3% ต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้เงินของรัฐบาลในอนาคต จนมีคำพูดในทางวิชาการว่าไทยอาจโตไม่เพียงพอจนมีปัญหาทางด้านสวัสดิการผู้สูงอายุในระยะยาว
ลวรณ แสงสนิท
ปลัดกระทรวงการคลัง
ปัจจุบันประเทศไทยถือว่าโตต่ำกว่าศักยภาพ และการปรับลดการเติบโตของจีดีพีต่อเนื่อง จะกระทบต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ดังนั้นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ในช่วงนี้ถือว่าเหมาะสม เพื่อให้ประเทศไทยกลับไปเติบโตใกล้เคียงกับศักยภาพ ส่วนจะทำได้กี่มาตรการ ถือเป็นความท้าทายของรัฐบาล
ทั้งนี้ ในการเดินหน้าเศรษฐกิจ นโยบายการคลังและนโยบายการเงินจะต้องทำงานในทิศทางเดียวกัน เพราะขณะนี้นโยบายการคลังอาจจะเน้นผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่นโยบายการเงินเน้นที่เสถียรภาพ ดังนั้นนโยบายการเงินการคลังควรเดินหน้าไปพร้อมกันเพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ 5%
นอกจากนี้ ยังเตรียมหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งที่ผ่านมาเราใกล้ชิดทำงานกันอยู่แล้ว เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางนโยบายร่วมกับการรักษาเสถียรภาพ โดยถ้าจีดีพีโตขึ้น ภาษี และเศรษฐกิจก็จะโตขึ้นด้วย
ส่วนเรื่องแหล่งเงินงบประมาณของโครงการดิจิทัลวอตเล็ตนั้น จะมาจากไหน จะมีการใช้จ่ายอย่างไร และใช้คืนกระทรวงการคลังยืนยันว่าจะรักษาวินัยการเงินการคลังแน่นอน อยากให้เชื่อมั่นในมืออาชีพ และจะมีความชัดเจนในวันที่ประกาศนโยบายออกมาแน่นอนในเดือนตุลาคมนี้ โดยขณะนี้นโยบายนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และยังรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน
สำหรับรายละเอียดโครงการ ปัจจุบันปรับเปลี่ยนหลายเรื่องแล้ว เช่น การป้องกันการโกง มีการนำตำรวจไซเบอร์เข้ามาดูแล ส่วนเรื่องจำนวนคนที่ตอนแรกระบุว่า จะใช้เงินในโครงการนี้ 560,000 ล้านบาท โดยให้คนอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป จำนวน 56 ล้านคน คนละ 10,000 บาทนั้น อาจจะต้องมีการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนเพื่อเข้าร่วมนโยบายซึ่งจะเหลือผู้ที่ได้รับเงินจริงเท่าไหร่ จะต้องไปดูกันอีกรอบ

