‘หมอมิ้ง’ ยันไม่เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายแจกเงินดิจิทัล บอก ปชช. 99% เป็นหนี้ไปแล้ว ลั่นยึดวินัยการเงินการคลัง

10.10.23 | 11:59 น.

‘หมอมิ้ง’ ยันไม่เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายแจกเงินดิจิทัล บอก ปชช. 99% เป็นหนี้ไปแล้ว ขอให้มั่นใจยึดวินัยการเงินการคลัง ชี้ทีรัฐบาลก่อนยังกู้ 1.5 ล้านล้าน

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีนักวิชาการออกมาคัดค้านนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่า เรื่องดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งในนโยบายทั้งหมดของรัฐบาล ขณะนี้อย่านึกว่าเศรษฐกิจของเราดี เพราะเมื่อเทียบกับต่างประเทศหลังยุคโควิดเขาฟื้นตัวเกินหน้าเราไปแล้ว ขณะที่ของเราค่อยๆ ขยับช้าๆ แสดงว่าเศรษฐกิจเราไม่ได้ดีอย่างที่พูดกัน ความสำคัญเรื่องนี้ต้องถามประชาชน โดยมาตรการสำคัญคือ ทำอย่างไรให้สังคมส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ ดิจิทัลวอลเล็ตเป็นมาตรการหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเศรษฐกิจโดยรวม ที่ผ่านมาเราลดค่าใช้จ่ายประชาชนด้านพลังงานไปแล้ว การพักหนี้เกษตรกรก็ตามมา อีกด้านหนึ่งเราพยายามสร้างรายได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ดิจิทัลวอลเล็ต ประชาชนส่วนใหญ่อยากได้ แต่รัฐบาลจะเปิดเวทีชี้แจงคนที่ไม่เข้าใจนโยบายนี้หรือไม่ นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการชี้แจงหลายเวที วันที่ 9 ตุลาคม กระทรวงการคลังก็แถลงใหญ่ในเรื่องนี้ เพื่อทำให้เห็นว่าภารกิจของรัฐบาลคือทำให้ประเทศเจริญเติบโตขึ้น ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่จะเปลี่ยนเป้าหมายให้เฉพาะกลุ่มเปราะบาง ไม่ได้หว่านทั้งหมด นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า ตอนนี้ประชาชนกว่า 99% เป็นหนี้ไปแล้ว อย่างนี้แสดงว่าทุกคนเปราะบางหรือยัง แน่นอนว่าเวลาจัดการมีหลายกติกามีทางเลือกเพื่อให้อย่างเท่าเทียมกัน

เมื่อถามว่า จะมีการทบทวนการจ่ายให้คนอายุ 16 ปีทุกคนหรือไม่ เพราะบางคนเป็นลูกคนรวย หรือจะเปลี่ยนวิธีจ่ายเงินมาใช้ทางกระเป๋าตังหรือไม่ นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า จะเปลี่ยนทำไม หลักการสำคัญตอนคิดนโยบายเพื่อให้ประโยชน์ทั้งหมด และได้มีการเตรียมพร้อมเรื่องนี้ เราต้องมาดูว่าจะบริหารจัดการกันอย่างไร ทิศทางเราเห็นแล้ว แต่รายละเอียดที่เกี่ยวกับข้อจำกัดทั้งเรื่องกฎหมาย การบริหารการเงินจะต้องทำอย่างไร

“ที่ผ่านมารัฐบาลไทยรักไทยทำให้ประเทศที่เป็นหนี้สินและประเทศเกือบล้มละลายกลับมาคืนหนี้ได้ก่อนกำหนด 2 ปี ซึ่งเราคำนึงถึงวินัยการเงินการคลังอย่างดีและสร้างรายได้จนประเทศพ้นวิกฤต ยืนยันเราเป็นห่วงที่สุดเรื่องวินัยการเงินการคลัง เมื่อถามว่า จะตอบประชาชนอย่างไรกับการแจกเงินให้ลูกเศรษฐี ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญกำหนดให้ทุกคนเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้นสิทธิเท่ากัน แต่คนเลือกไม่ใช้ไม่เป็นไร” นพ.พรหมินทร์กล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่า นักวิชาการออกมาเป็นห่วงจะซ้ำรอยนโยบายจำนำข้าว นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า รัฐบาลที่ผ่านมา เรากู้เงินประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท ใช้ 5 แสนล้านบาท คิดว่า ใช้อย่างระมัดระวังและรู้ว่าเม็ดเงินที่ลงไปจะทำให้เกิดความเจริญเติบโต