สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไน แสดงความเสียใจต่อคนไทยที่สูญเสียจากเหตุรุนแรงในตะวันออกกลาง

10.10.23 | 17:42 น.

สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไน แสดงความเสียใจต่อคนไทยที่สูญเสียจากเหตุความรุนแรงในตะวันออกกลาง ด้าน ‘เศรษฐา’ เผยความช่วยเหลืออพยพคนไทย เผยขณะนี้ มี 2 ทาง คนเจ็บบินพาณิชย์ 11 คน พรุ่งนี้ ขณะที่แอร์บัส A340 ของกองทัพอากาศ จะรับ 150 คน กลับไทย 14 ต.ค.นี้

เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 10 ตุลาคม (ตามเวลาท้องถิ่นประเทศบรูไน ซึ่งเร็วกว่าไทย 1 ชม.) ที่โรงแรม Empire Brunei นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม ทรงแสดงความห่วงกังวล ต่อเหตุการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นขณะนี้ และแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียของคนไทย รวมถึงมีผู้บาดเจ็บและถูกลักพาตัว เรื่องของความไม่สงบเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง ดังนั้นการดูแลผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีส่วนรู้เห็นจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะทั้ง 2 ประเทศ ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง แต่อยากให้เรื่องนี้ยุติด้วยสันติวิธีโดยเร็วที่สุด เพื่อลดการสูญเสียและการบาดเจ็บ

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการอพยพคนไทยจากประเทศอิสราเอลว่า ขณะนี้มี 2 ช่องทาง คือ สายการบินพาณิชย์ ที่จะเดินทางออกมาในวันพรุ่งนี้ (11 ตุลาคม 2566) และถึงไทยวันที่ 12 ตุลาคม 2566 จำนวน 11 คน ซึ่งเป็นผู้บาดเจ็บที่ต้องเร่งนำกลับมารักษา และจากกองทัพอากาศ โดยเครื่องบินแอร์บัส A340 จะนำคนไทยเดินทางกลับมาอีก 150 คน ในวันที่ 14 ตุลาคม และถึงไทยในวันที่ 15 ตุลาคมนี้

Advertisement

สำหรับคนไทยที่ไม่ประสงค์เดินทางกลับจะมีมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างดีจากสถานทูต แต่คงไม่มีใครรับประกันได้ เพราะเราไม่รู้ว่าความขัดแย้งนี้จะลุกลามไปมากน้อยอย่างไร ตนจึงมองว่า เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องคิดว่ามีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ทางการทูตไปสมทบอีก 4 คน เพื่อประสานงานเรื่องการอพยพ

นายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันในเรื่องการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกันว่า รัฐบาล ฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายการทูต ที่มีความสัมพันธ์กับบุคคลกับหลายๆ รัฐบาล ก็ได้ต่อสายตรงพูดคุยกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของความมั่นคง จึงขอไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่ขอให้มั่นใจว่าทุกทางที่ดำเนินการอยู่ เราพยายามทำทุกอย่างแล้ว และยังคงพยายามอย่างสูงสุด พร้อมคำนึงถึงอิสรภาพและความปลอดภัยของผู้ที่ถูกจับกุมตัวเป็นสำคัญ

ผู้สื่อข่าวถามถึงความกังวลในเรื่องของสิทธิการช่วยเหลือของผู้ที่เดินทางไปเป็นแรงงานไม่ถูกกฎหมาย จะดำเนินการอย่างไร เพราะหลายคนกังวลว่าจะไม่สามารถเดินทางกลับไปทำงานได้อีก จึงไม่ประสงค์กลับไทย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องลืมเรื่องนี้ไปก่อน เพราะเรื่องความปลอดภัยของคนไทยในต่างแดนสำคัญที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของชีวิต และความปลอดภัย ที่ขณะนี้รัฐบาลให้ความสำคัญที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตของชาวไทย ดูเหมือนจะมีจำนวนมากที่สุด นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เราเป็นประเทศที่สูญเสียมาก ณ เวลานี้ คือจำนวน 18 คน ขณะที่สหรัฐอเมริกามี 9 คน จึงถือเป็นตัวเลขที่น่ากังวลใจว่าจะหยุดแค่นี้หรือไม่ ก็ต้องคอยติดตามสถานการณ์ที่อิสราเอลยึดพื้นที่คืนและดูว่ามีผู้หลงเหลือหรือไม่

“ขอย้ำว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลและละเอียดอ่อนมาก ก็ได้กำชับทางการทูต และการช่วยเหลือในทุกช่องทางและทุกวิถีทางแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวประกัน ผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต หรือแรงงานไทยและคนไทยที่อยู่ที่นั่นที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับมาโดยเร็ว ตนเชื่อว่า รัฐบาลไทยมีความพร้อม เพราะไม่ได้เตรียมเฉพาะเครื่องบิน A340 เพียงลำเดียว แต่ยังมีเครื่องบิน C130 ของกองทัพอากาศที่พร้อมให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมเครื่องบินรวมทั้งหมด 5 ลำ สำหรับอพยพคนไทย ส่วนการดูแลหลังจากนี้ จะต้องดูแลให้ดีตามกฎหมาย แต่ละคนมีความเสียหายอย่างไร ก็ให้ยึดระเบียบ กฎหมายที่วางไว้” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการหารือกับสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลามว่า ความร่วมมือระหว่างไทยกับบรูไนมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ทราบว่าบรูไนมีความมั่นคงอาหารต่ำ ในขณะที่ไทยมีความมั่นคงทางอาหารสูง จึงจะมีความร่วมมือกันต่อไป โดยนายกรัฐมนตรียังได้กล่าวเชิญชาวบรูไนเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเชิงการแพทย์ และสุขภาพ (Wellness Tourism) โดยในปีหน้าจะครบรอบ 40 ปีความสัมพันธ์ ได้กล่าวเชิญเสด็จฯ เยือนประเทศไทย พร้อมแสดงความยินดีกับเจ้าชายอับดุล มาทีน ที่ทรงมีกำหนดจะเข้าพระราชพิธีเสกสมรสในเดือนมกราคมปีหน้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีถือเป็นแขกคนแรกที่ได้เดินทางมาเยือนและแสดงความยินดี