หน้าแรก การเมือง สปท.ชงพักโทษค...

สปท.ชงพักโทษคดีการเมืองไม่ร้ายแรงทั้งหมด ส่วนแกนนำรับสารภาพแลกลดโทษ

10.01.17 | 16:28 น.

สปท.การเมืองกางโมเดลปรองดอง จ่อให้พักโทษ ปชช.ทำผิดคดีการเมืองไม่ร้ายแรง ส่วนแกนนำต้องรับสารภาพแลกลดโทษ


เมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่รัฐสภา นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงข้อเสนอรายงานการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองว่า คาดว่าในวันที่ 19 มกราคม จะนำรายงานดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) ได้ จากนั้นประมาณวันที่ 23 หรือ 24 มกราคม จะนำเข้าสู่ที่ประชุม สปท.พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป โดยหลักการจะต้องเป็นคดีที่อยู่ในช่วงเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2549-22 พฤษภาคม 2557 ในรายงานฉบับนี้จะแยกแนวทางสร้างความปรองดองออกเป็นประเภทคดี ได้แก่ คดีที่เกี่ยวกับประชาชน และคดีของแกนนำชุมนุม และแบ่งประเภทความผิดคดีเป็นคดีความผิดร้ายแรงกับคดีความผิดไม่ร้ายแรง

นายเสรีกล่าวว่า ในส่วนคดีความผิดไม่ร้ายแรง มีหลักเกณฑ์สร้างความปรองดองคือ หากเป็นคดีของประชาชนทั่วไปที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล หากจำเลยยอมรับผิดตามที่ถูกฟ้อง จะเสนอให้ศาลจำหน่ายคดีออกไป แต่ระหว่างนั้น 5 ปี ห้ามไปก่อปัญหาต่อบ้านเมือง ห้ามชุมนุม ปลุกปั่นยุยง สร้างความแตกแยก ถ้าไปก่อเหตุวุ่นวายจะต้องถูกดำเนินคดีตามเดิม คดีที่อยู่ในข่ายไม่ร้ายแรงรวมถึงการบุกรุกสนามบิน บุกสถานที่ราชการ รวมถึงการก่อการร้าย แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าบุคคลนั้นๆ ไปร่วมชุมนุมเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ไปร่วมสร้างความเสียหายอื่นๆ หรือกรณีการเผาทรัพย์สินราชการ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ผู้ลงมือเผา แค่ไปอยู่ร่วมในเหตุการณ์ก็มีโอกาสได้รับการจำหน่ายคดี แต่ถ้าพบว่าเป็นผู้ลงมือเผาทรัพย์สิน จะไม่ได้รับโอกาสจำหน่ายคดี แต่ต้องไปต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนความผิดประเภทคดีร้ายแรง จะต้องไปต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ขณะที่แกนนำการชุมนุม หากยอมรับว่าได้กระทำความผิด จะเสนอต่อศาลขอให้ใช้ดุลพินิจลงโทษสถานเบา

เมื่อถามว่า ข้อเสนอ สปท.การเมือง ไม่ต่างอะไรจากการนิรโทษกรรม นายเสรีกล่าวว่า ไม่เหมือน การนิรโทษกรรมคือ ทำผิดมาแล้ว แต่ไม่ต้องรับผิด แต่ในรายงานของ สปท.การเมืองนั้น ความผิดยังคงอยู่ เพียงแต่ถูกพักโทษ ห้ามไปกระทำความผิด อย่าเอามาปนกัน ยืนยันว่าไม่ใช่การทำลายหลักนิติธรรม หากจะคุยเรื่องปรองดอง ต้องมาหารือกันเรื่องทางออกในทางกฎหมาย ซึ่งตามหลักกฎหมายมีการพูดถึงการให้โอกาส การบรรเทาโทษเขียนไว้ชัดเจน หากรับสารภาพจะได้ลดโทษกึ่งหนึ่ง ส่วนข้อเสนอที่ให้โอกาสคนอยู่ต่างประเทศกลับมาสู้คดี โดยได้รับการประกันตัวนั้น ขณะนี้คนที่หนีคดีอยู่ต่างประเทศ ส่วนใหญ่ไปเคลื่อนไหวผ่านยูทูบ อินเตอร์เน็ตต่อต้านรัฐบาล ไม่กล้าเข้าประเทศ เพราะกลัวว่า เมื่อเข้ามาแล้ว จะไม่ได้รับการประกันตัว สปท.การเมืองจึงเสนอว่า หากกลับมาต่อสู้คดี จะมีสิทธิได้รับการประกันตัว

Advertisement

“ข้อเสนอของ สปท.ไม่รวมถึงกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว แต่หนีคดีไปต่างประเทศ กรณีเช่นนี้ จะต้องกลับมารับโทษตามคำพิพากษา ไม่อยู่ในเงื่อนไขได้รับการพักโทษ รวมถึงคดีเกี่ยวกับมาตรา 112 คดีทุจริตจะไม่อยู่ในข่ายได้พักโทษ ขอปฏิเสธว่าก่อนที่จะมีรายงานฉบับนี้ออกมา ได้ไปหารือกับแกนนำกลุ่มต่างๆ มาแล้ว ในส่วนของแกนนำผู้ชุมนุมที่เสนอมาคราวนี้ หากเห็นว่าข้อกล่าวหาที่ถูกกล่าวหาไม่เป็นความจริง ไม่ยอมรับเพื่อจะได้รับการพักโทษ ก็ไปพิสูจน์ตัวในชั้นศาลได้ เราไม่ได้บังคับ เพราะคราวที่มีข้อเสนอออกมา ต้องยอมรับต่อศาลก่อนได้รับการพักโทษ ถูกแกนนำสีต่างๆ ต่อต้าน คราวนี้เลยปล่อยให้เป็นตามความสมัครใจ หากเห็นว่าไม่ผิด ก็ไม่ต้องยอมรับแล้วสู้คดีต่อไป” นายเสรีกล่าว