ตามคาด! ‘ณัฐชา’ นั่ง ปธ.กมธ.สวัสดิการสังคม แต่ยังดื้ออยากได้ รอง 1 ด้วย สุดท้ายชวด ‘เพื่อไทย’ ได้นั่ง
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 ตุลาคม ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร มีวาระเพื่อพิจารณาการเลือกตำแหน่งต่างๆ ใน กมธ. และกำหนดวัน เวลาประชุม หลังถูกเลื่อนประชุมมาจากวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา เนื่องจาก นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ซึ่งถูกวางตัวไว้ว่า จะเป็นประธาน กมธ. ติดภารกิจอยู่ที่ประเทศเยอรมนี ทั้งนี้ สำหรับการประชุมมี นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ส.ส.ภูมิใจไทย (ภท.) เป็นประธานการประชุมชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม มีการตกลงและพูดคุยตำแหน่งกันลงตัวก่อนเริ่มการประชุม โดยในส่วนของพรรค ก.ก. ได้โควต้า ตำแหน่งประธาน กมธ.เป็นที่แน่ชัด และจะเอาตำแหน่งรองประธาน กมธ.คนที่ 1 ด้วย โดยอ้างว่า เป็นโมเดลหลายคณะที่ได้ทั้งประธาน กมธ. และรองประธาน กมธ.คนที่ 1 เพื่อการดำเนินงานที่สะดวก และเพื่อสานต่องานของพรรคตัวเอง แต่ทางพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้เสนอว่า ตำแหน่งรองประธาน กมธ.คนที่ 1 ควรเป็นไปตามสัดส่วน คือ กมธ.ในสัดส่วนของพรรค พท. มี 4 คน และพรรค ก.ก. มี 5 คน รวมถึงไม่ใช่ทุก กมธ.ที่จะได้ทั้ง 2 ตำแหน่งพร้อมกัน และการดำเนินงานใน กมธ.ไม่ใช่เรื่องของพรรคฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ซึ่งหากไม่สามารถพูดคุยกันจบก่อนที่จะมีการเลือกตำแหน่งต่างๆ จะเสนอให้มีการโหวต
นอกจากนี้ นายณัฐชายังได้ชี้แจงกรณีเดินทางไปต่างประเทศในวันที่ 5 ตุลาคมอีกด้วย จากนั้นการประชุมได้ดำเนินการต่อจนเสร็จสิ้น โดย นายณัฐชาได้ตำแหน่งประธาน กมธ.ตามคาด และ น.ส.ชญาภา สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรค พท. ได้ตำแหน่งรองประธาน กมธ.คนที่ 1
ต่อมา นายณัฐชา ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎรว่า ที่ประชุมได้มีการเลือกตำแหน่งต่างๆ พร้อมวางกรอบการทำงาน โดยเรื่องสวัสดิการสังคม ในประเทศไทยต้องยอมรับว่า อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่มั่นคงเท่าไหร่ ทั้งเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุที่ไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตจริงๆ หรือเรื่องเบี้ยผู้พิการ เบี้ยเด็กแรกเกิด ที่มีปัญหามาโดยตลอด ทำให้ประชาชนไม่ค่อยมั่นใจในระบบสวัสดิการ ซึ่งในครั้งนี้ตนได้เป็นประธาน กมธ. อยากจะทำเรื่องของระบบสวัสดิการให้ประชาชนในสังคมมั่นใจในระบบของสวัสดิการไทยให้ได้
ฉะนั้น ต้องทำงานร่วมกับฝ่ายกระทรวง รัฐมนตรี ที่จะต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดแบบใหม่ว่า เงินที่ประชาชนจะได้รับเป็นสวัสดิการนั้น เป็นสิทธิของประชาชนทุกคน ไม่ใช่เป็นสิทธิของหน่วยงานภาครัฐว่าจะให้เมื่อไหร่ หรือให้เท่าไหร่ จะไม่ใช่อีกต่อไป โดยเรื่องนี้จะหยิบยกขึ้นมาในวาระของการเป็นประธาน กมธ.ที่อยากจะผลักดัน
เมื่อถามว่า ในการประชุมครั้งถัดไป จะมีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือมีการหารือประเด็นไหนหรือไม่ นายณัฐชากล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าที่จะมีการประชุมจะเชิญหน่วยงาน ทั้งกรมกิจการผู้สูงอายุ กรมบัญชีกลาง ตัวแทนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงาน ในช่วงก่อนยุบสภามีเรื่องของการออกหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุแบบใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนตั้งคำถามและยังไม่ชัดเจน ฉะนั้นในเมื่อมีกลไกของ กมธ.แล้วก็จะผลักดันเรื่องนี้ และจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดำเนินให้ชัดว่าประชาชนจะคงได้รับเงินผู้สูงอายุต่อไป หรือมีหลักเกณฑ์ในการปรับขึ้นเพิ่มหรือไม่ เพราะทุกพรรคการเมืองในช่วงหาเสียงเลือกตั้งได้มีการพูดถึงเบี้ยผู้สูงอายุแต่หลังเลือกตั้งเรื่องนี้กลับเงียบหายไป ดังนั้น กมธ.สวัสดิการฯจะเป็นบทบาทหลักสำคัญในการทำหน้าที่เรื่องนี้

