หน้าแรก การเมือง บัวแก้วเผยขั้...

บัวแก้วเผยขั้นตอน รับ 15 คนไทยกลับประเทศ ก.แรงงานเตรียมมอบเงินช่วยเหลือรายละ 1.5 หมื่นบาท  

11.10.23 | 17:43 น.

บัวแก้วเผยขั้นตอน รับ 15 คนไทยกลับประเทศ ก.แรงงานเตรียมมอบเงินช่วยเหลือรายละ 1.5 หมื่นบาท  

เมื่อเวลา 15.00 น. นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงข่าวถึงผลการประชุมของศูนย์สถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีนายนฤชัย นินนาท รองอธิบดีกรมการกงสุล และนายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน มาร่วมให้ข้อมูลถึงขั้นตอนการรับแรงงานไทย 15 คนแรกที่จะออกเดินทางจากประเทศอิสราเอลในเวลา 21.45 น. ในคืนวันที่ 11 ตุลาคม ด้วยสายการบินอิสราเอล แอร์ไลน์ เที่ยวบิน LY083 และจะเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทยในเวลา 10.35 น. ของวันที่ 12 ตุลาคม

นางกาญจนาให้ข้อมูลอีกว่า ตอนนี้ผู้ที่ยื่นความประสงค์ที่จะเดินทางกลับประเทศไทยตอนนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็น 5,174 คน ขณะที่ 64 คน มีความประสงค์ที่จะอยู่ในประเทศอิสราเอลต่อ ส่วนในเรื่องการเดินทางกลับ เที่ยวบินต่อไปที่จะนำแรงงานไทยกลับประเทศจะเป็นการเดินทางโดยเครื่องบินของกองทัพอากาศ ซึ่งจะเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยในเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 16 ตุลาคม โดยเที่ยวบินดังกล่าวสามารถรับแรงงานไทยกลับประเทศได้สูงสุด 140 คน แต่ตัวเลขดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ทางกระทรวงการต่างประเทศจะนำไปปฏิบัติงานพิเศษ และเที่ยวบินต่อไปที่จะรับแรงงานไทยคือเที่ยวบินพาณิชย์ของสายการบินอิสราเอล แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ LY083 สามารถรับคนไทยกลับมาได้ 80 คน จะเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 19 ตุลาคม เวลา 11.00 น.

นางกาญจนาระบุว่า ในที่ประชุมมีการพูดคุยถึงการเตรียมเที่ยวบินของกองทัพอากาศในเที่ยวบินต่อไป ซึ่งที่มองกันไว้คือวันที่ 24 ตุลาคม แต่ในระหว่างนั้นทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ จะประสานกับบริษัทท่องเที่ยวต่างๆ ให้ดูว่ามีที่นั่งในสายการบินพาณิชย์ใดบ้างที่จะสามารถนำแรงงานไทยกลับประเทศได้ เพื่อให้มีการทยอยเดินทางกลับเป็นระยะและเมื่อเดินทางถึงประเทศไทยแล้วก็จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแล

นายนฤชัยได้ให้ข้อมูลถึงขั้นตอนหลังจากที่แรงงานไทยชุดแรกจากประเทศอิสราเอลจะเดินทางถึงประเทศไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 10.35 น. ของวันพรุ่งนี้ว่าเราจะไปอำนวยความสะดวกที่สนามบินและจะมีผู้แทนของรัฐบาลหรือกระทรวงต่างๆ จะไปรอให้กำลังใจด้วยเช่นกัน แต่ก็ต้องเข้าใจว่าพวกเขาอาจเหนื่อยจากการเดินทาง ดังนั้น ขั้นตอนต่างๆ จะเป็นไปอย่างเรียบง่าย เมื่อแรงงานไทยทั้ง 15 คน ลงจากเครื่องบินแล้วก็จะมีการต้อนรับจากส่วนราชการต่างๆ จากนั้นจะผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองตามปกติและรับสัมภาระ จากนั้นทั้งหมดจะเดินไปที่โถงผู้โดยสารขาเข้าก็จะเป็นพื้นที่ให้สื่อมวลชนสามารถพบกับชาวไทยทั้ง 15 คน ที่เดินทางกลับมาได้เป็นเวลาสั้นๆ รวมถึงจะมีผู้แทนของรัฐบาลแถลงข่าวให้ข้อมูล เสร็จสิ้นจากนั้นทั้ง 15 คนจะขึ้นรถบัสที่จัดโดยกระทรวงคมนาคมเพื่อมุ่งหน้าต่อไปที่สถาบันบำราศนราดูร จังหวัดนนทบุรี เพื่อที่กระทรวงสาธารณสุขจะได้ตรวจสุขภาพของชาวไทยทั้ง 15 คน จากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงแรงงานจะไปดูในเรื่องเงินชดเชย รวมถึงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และญาติพี่น้องของทั้ง 15 คน อาจไปรอรับที่สถาบันบำราญนราดูรด้วย จากนั้นทั้งหมดจะเดินทางกลับภูมิลำเนา

Advertisement

ด้านนายสมาสภ์ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสำหรับกระทรวงแรงงานที่เข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องขั้นตอนในวันพรุ่งนี้จะเป็นในเรื่องกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบแล้วทั้ง 15 คนเป็นสมาชิกของกองทุนทั้งหมดเพราะฉะนั้นแล้วพวกเขาจะได้สิทธิจากกองทุน โดยทั้งหมดมาจากจังหวัดหนองบัวลำภู 4 คน และจังหวัดอื่นๆ ละ 1 คน อาทิ จังหวัดตาก สุรินทร์ น่าน พะเยา เชียงราย สกลนคร และอุบลราชธานี สำหรับเงินสงเคราะห์ที่แรงงานจะได้รับในชั้นแรกเมื่อเดินทางกลับมาแล้วนั้น กองทุนจะจ่ายในเรื่องการเดินทางกลับจากประเทศที่มีภาวะสงครามโดยในส่วนนี้จะมีการมอบเงินให้รายละ 15,000 บาท ที่สถาบันบำราญนราดูร ส่วนในกรณีที่บาดเจ็บหรือพิการก็จะมีการรับคำร้องเอาไว้เพื่อพิจารณาว่าจะได้รับเงินอีก 15,000 บาทอีกหรือไม่ ซึ่งจะมีการดำเนินการต่อไป

นางกาญจนาเผยด้วยว่า ในกรณีที่มีชาวไทยเดินทางกลับจากประเทศอิสราเอลอีกครั้งละหลายคนในอนาคตก็กำลังมีการพูดคุยกันถึงการมาตรวจเอกสารเดินทางที่ประเทศไทย โดยแรงงานไทยทั้ง 15 คน ที่จะเดินทางมาในวันพรุ่งนี้ทั้งหมดมีสุขภาพดี แต่ 2 คนต้องขอรถเข็น ส่วนนายนฤชัยพร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศทั้งหมด 4 คน จะเดินทางไปที่ประเทศอิสราเอลในช่วงค่ำวันที่ 14 ตุลาคม เพื่อไปช่วยภารกิจการอพยพคนไทยของทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ขณะที่นายสมาสภ์ได้ให้ข้อมูลอีกว่า ทางกระทรวงแรงงานได้ดำเนินการจัดหารถเพื่อนำญาติของทั้ง 15 คน มาที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อรอรับแรงงานทั้ง 15 คน กลับภูมิลำเนาพร้อมกัน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า ทางกระทรวงต่างประเทศติดต่อกับคนไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงได้ทั้งหมดหรือยัง นางกาญจนาได้กล่าวว่า การติดต่อก็สามารถทำได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของทางสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล นายจ้าง หรือบริษัทจัดหางาน ซึ่งมีบริษัทจัดหางานที่ทำงานกับทางกระทรวงแรงงานจำนวน 12 บริษัทด้วยกัน แต่ต้องยอมรับว่าอาจยังมีคนที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ โดยนายสมาสภ์กล่าวเสริมว่า ทั้ง 12 บริษัทให้ความร่วมมือที่ดีกับทางกระทรวงแรงงาน บริษัทต่างๆ จะมีข้อมูลว่าแรงงานไทยอยู่ในจุดใดบ้างพร้อมทั้งมีล่ามซึ่งมีความคุ้นชินกับแรงงานไทย ทำให้พวกเขาสามารถติดต่อทางสถานทูตผ่านทางล่าม อีกทั้งยังมีกลุ่มแม่บ้านต่างๆ ในประเทศอิสราเอลที่ช่วยตามหาคนไทยที่ไม่สามารถติดต่อได้

ส่วนในเรื่องข้อสงสัยว่ากระทรวงแรงงานจะช่วยเหลือแรงงานที่อพยพออกมาจากพื้นที่อันตรายแต่ไม่ได้รับค่าจ้างอย่างไร นายสมาสภ์ได้กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของกระทรวงแรงงานที่จะติดตามเงินค่าจ้างค้างจ่าย ก็ให้ทางทูตแรงงานที่อิสราเอลดำเนินการอยู่ กระทรวงแรงงานไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้แน่นอนก็อยากให้แรงงานทุกคนวางใจ