คอลัมน์หน้า 3 – เหตุเกิด ใน ‘ทบ.’ ผลจาก ‘22 สิงหาคม’ ก้าวไกลพึงศึกษา
คําสั่งย้าย “เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก” ไปประจำกองบัญชาการกองทัพบก เนื่องแต่กรณี “น้ำมันหาย” จำนวนกว่า 2 แสนลิตร
ถือว่าเป็น “มาดใหม่” จาก “กองทัพบก”
หากเทียบกับเมื่อเกิดเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการก่อสร้าง “อุทยานราชภักดิ์” การมิได้เป็นเช่น “น้ำมันหาย”
ยิ่งกรณี “กราดยิง” กลางเมือง “โคราช” ยิ่งแตกต่าง
กรณี “อุทยานราชภักดิ์”คนที่เคราะห์ร้ายกลับเป็นบรรดา “เยาวชน” นักศึกษาที่ออกมานั่ง “รถไฟ” จะไปยังประจวบคีรีขันธ์
กรณี “กราดยิง” ถูกย้อนกลับด้วยวาทกรรม “ปฏิรูป”
แต่แล้วทุกอย่างก็เงียบหายในกระสวนแห่งสำนวนอีสานที่ว่า “มิดอิมซิม” กระทั่งเข้าไปสู่ในพรมแดน “มินจีลี่” สมบูรณ์แบบ
แต่กรณี “น้ำมันหาย” มีความแตกต่าง น่าศึกษา
สังคมมองว่าน่าจะเป็นผลงานอันมาจากการตัดสินใจของ พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่
เริ่มจาก “ข่าวลือ” ในที่สุดกลายเป็น “ข่าวจริง”
ขณะเดียวกัน ก็ต้องยอมรับว่า การเร่งรัดพร้อมกับการเข้ามาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ นายสุทิน คลังแสง
ก็น่า “จับตา” สมควรให้ “ค่า” ความหมาย
ยิ่งกว่านั้น บทบาทของ “ฝ่ายค้าน” ที่เกาะติดทุกชีพจรของ “กองทัพ” ในระดับ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และ นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ก็ร้อนแรง
ร้อนแรงผ่าน “กระทู้สด” กระทุ้งผ่าน “รัฐสภา”
ยิ่งกว่านั้น ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ การเมืองอยู่ในห้วงเปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญจากผลสะเทือน “การเลือกตั้ง”
เป็นการเปลี่ยนแม้ “ก้าวไกล”จะไม่ได้เป็น “รัฐบาล”
ยอมรับได้เลยว่า ทุกชีพจรของ “การเปลี่ยนแปลง” เป็นผลสะเทือนจาก 1 การเลือกตั้ง และ 1 จากการ “ดีล” อย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญก็คือ แรงผลักจาก “การเลือกตั้ง” ที่ผิด “คาด”
ตามความมุ่งมั่น ตามความเชื่อมั่นตาม “ยุทธศาสตร์” ที่เข้าใจและตกลงกัน ชัยชนะต้องเป็นของ “เพื่อไทย”
แต่เมื่อเป็นของ “ก้าวไกล” จึงเกิดการปั่นป่วน รวนเร
เป็นความปั่นป่วนในระยะสั้นๆ จากเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน แต่เมื่อเข้าสู่การตกลงในวันที่ 22 สิงหาคม ทุกอย่างก็เรียบร้อย
เรียบร้อยโรงเรียน “เพื่อไทย” เรียบร้อยโรงเรียน “ชั้น 14”เห็นได้จากการถอยไม่ว่าจะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
นี่ย่อมเป็น “ผลดี” ต่อรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน
การเปลี่ยนแปลงอันเกิดขึ้นใน “กองทัพบก” อาจเป็นเรื่องเล็กๆ ในลักษณะ “ตามน้ำ” แต่ก็เป็น “สัญญาณ” ควรให้ความสนใจ
สนใจต่อย่างก้าว “เพื่อไทย”ย่างก้าว “เศรษฐา”
มีความจำเป็นที่พรรคก้าวไกลต้องสนใจต่อ “เงื่อนงำ” อันดำรงอยู่ภายในกระบวนการเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลง
กำหนด “ยุทธศาสตร์” จัดวาง “ยุทธวิธี”

