09.00 INDEX ​​​พลัง 4 ประสาน การเมือง ​​​สร้าง สันติภาพ ชายแดนใต้

12.10.23 | 09:09 น.

09.00 INDEX ​​​พลัง 4 ประสาน การเมือง ​​​สร้าง สันติภาพ ชายแดนใต้

มติคณะกรรมการสถานการณ์ฉุกเฉิน(กบฉ.) ที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นประธาน ให้ต่อ “พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัดชายแดนภาคใต้” ออกไป 3 เดือน

​เกิดขึ้นพร้อมกับสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบจัดตั้งคณะกรรมาธิการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้

​ความน่าสนใจในเชิงเปรียบเทียบก็คือ มติคณะกรรมการสถานการณ์ฉุกเฉินมาจากที่ประชุมใน “สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือที่เรียกในชื่อย่อว่า “สมช.”

​ขณะที่มติของ “สภาผู้แทนราษฎร” มาจากญัตติด่วนอันสะท้อนความร่วมมือระหว่างพรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย

Advertisement

​หากย้อนกลับไปทำความเข้าใจก็จะประจักษ์ว่า ไม่ว่าพรรคก้าวไกล ไม่ว่าพรรคประชาชาติ ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ล้วนเคยเสนอเป็น “นโยบาย”

​ยิ่งติดตามการอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก็จะยิ่งเห็นความจริงจังของ”ผู้แทนราษฎร”อย่างเด่นชัด
​ไม่แน่ว่า “พรก.” จะยังเหมาะสมหรือจำเป็นหรือไม่

 

นอกเหนือจากคำอภิปรายของ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ที่ไล่เรียงปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเชิงประวัติศาสตร์อย่างเป็นระบบ ต้องยอมรับว่าพรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติ หนักแน่น

​เป็นความหนักแน่นที่ไม่เพียงจากเหตุการณ์ปล้นปืนที่นราธิวาสเมื่อเดือนมกราคม 2547

​หากแต่ยังนำเอา “ข้อมูล” จากการทุ่มงบประมาณอย่างต่อเนื่องมาถึงปี 2566 มากกว่า 500,000 ล้านบาท ผลลัพธ์ก็คือประชาชนเสียชีวิตกว่า 7,000 บาดเจ็บไปแล้วกว่า 13,000 ​

โดยที่แทบไม่มีหลักประกันแม้แต่น้อยว่า “สันติภาพ” จะบังเกิดขึ้นในทางเป็นจริง

นำไปสู่คำถามที่ว่าการยึดแนวทางความมั่นคงเป็นหลักจะถูกทางหรือไม่

​ความหมายก็คือ แนวทาง “การทหาร” นำ “การเมือง”

 

การเกิดขึ้นของ “คณะกรรมาธิการวิสามัญ” จากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ วางน้ำหนักอยู่ที่ “การสร้างสันติภาพชายแดนใต้”

โดยเริ่มต้นจากแนวคิดในทาง “การเมือง” ​พรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย

​นี่คือความพยายามอันมีรากฐานมาจากแต่ละพรรคการเมือง ตั้งความหวังว่าด้วยความร่วมมือโดยมีผลประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมาย

​น่าจะเป็น “สัญญาณ” สะท้อนทิศทางที่ถูกต้องให้เกิดขึ้น