09.00 INDEX พลัง 4 ประสาน การเมือง สร้าง สันติภาพ ชายแดนใต้
มติคณะกรรมการสถานการณ์ฉุกเฉิน(กบฉ.) ที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นประธาน ให้ต่อ “พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัดชายแดนภาคใต้” ออกไป 3 เดือน
เกิดขึ้นพร้อมกับสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบจัดตั้งคณะกรรมาธิการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ความน่าสนใจในเชิงเปรียบเทียบก็คือ มติคณะกรรมการสถานการณ์ฉุกเฉินมาจากที่ประชุมใน “สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือที่เรียกในชื่อย่อว่า “สมช.”
ขณะที่มติของ “สภาผู้แทนราษฎร” มาจากญัตติด่วนอันสะท้อนความร่วมมือระหว่างพรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย
หากย้อนกลับไปทำความเข้าใจก็จะประจักษ์ว่า ไม่ว่าพรรคก้าวไกล ไม่ว่าพรรคประชาชาติ ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ล้วนเคยเสนอเป็น “นโยบาย”
ยิ่งติดตามการอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก็จะยิ่งเห็นความจริงจังของ”ผู้แทนราษฎร”อย่างเด่นชัด
ไม่แน่ว่า “พรก.” จะยังเหมาะสมหรือจำเป็นหรือไม่
นอกเหนือจากคำอภิปรายของ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ที่ไล่เรียงปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเชิงประวัติศาสตร์อย่างเป็นระบบ ต้องยอมรับว่าพรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติ หนักแน่น
เป็นความหนักแน่นที่ไม่เพียงจากเหตุการณ์ปล้นปืนที่นราธิวาสเมื่อเดือนมกราคม 2547
หากแต่ยังนำเอา “ข้อมูล” จากการทุ่มงบประมาณอย่างต่อเนื่องมาถึงปี 2566 มากกว่า 500,000 ล้านบาท ผลลัพธ์ก็คือประชาชนเสียชีวิตกว่า 7,000 บาดเจ็บไปแล้วกว่า 13,000
โดยที่แทบไม่มีหลักประกันแม้แต่น้อยว่า “สันติภาพ” จะบังเกิดขึ้นในทางเป็นจริง
นำไปสู่คำถามที่ว่าการยึดแนวทางความมั่นคงเป็นหลักจะถูกทางหรือไม่
ความหมายก็คือ แนวทาง “การทหาร” นำ “การเมือง”
การเกิดขึ้นของ “คณะกรรมาธิการวิสามัญ” จากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ วางน้ำหนักอยู่ที่ “การสร้างสันติภาพชายแดนใต้”
โดยเริ่มต้นจากแนวคิดในทาง “การเมือง” พรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย
นี่คือความพยายามอันมีรากฐานมาจากแต่ละพรรคการเมือง ตั้งความหวังว่าด้วยความร่วมมือโดยมีผลประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมาย
น่าจะเป็น “สัญญาณ” สะท้อนทิศทางที่ถูกต้องให้เกิดขึ้น

