หน้าแรก การเมือง เลขาฯส.ป.ก.ไข...

เลขาฯส.ป.ก.ไขข้อข้องใจ ออกเป็นโฉนดแล้ว ขายได้เลยหรือไม่

14.10.23 | 14:04 น.

เลขาฯส.ป.ก.ไขข้อข้องใจ ออกเป็นโฉนดแล้ว ขายได้เลยหรือไม่

กรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายจะแปลงที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ให้เป็นโฉนด เพื่อเป็นของขวัญแด่เกษตรกรในช่วงปีใหม่ โดยล็อตแรก ทำเป็นจำนวน 22 ล้านไร่ นั้น ขณะที่หลายฝ่ายยังเป็นกังวล ว่าเรื่องนี้ จะดำเนินการได้รวดเร็วอย่างนั้นเลยหรือ ในเมื่อ ขณะนี้ ที่ดิน ส.ป.ก.ยังเป็นที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ โดยเป็นป่าเสื่อมโทรมที่กรมป่าไม้ยกให้ ส.ป.ก.อยู่ รวมทั้ง ยังมีข่าวว่า มีเกษตรกรหลายคน คิดจะนำเอาที่ดิน ส.ป.ก.ไปขายทันทีเหมือนเป็นเป็นโฉนดแล้ว

วันที่ 14 ธันวาคม นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ให้สัมภาษณ์ มติชนออนไลน์ ว่า ขอทำความเข้าใจว่า คำว่า โฉนดที่ดินที่เป็นของกรมที่ดิน กับโฉนดที่ ส.ป.ก. นั้น เป็นคนละโฉนดกัน โดย โฉนดที่ดินของกรมที่ดินนั้นเป็นกรรมสิทธิครอบครอง ซื้อขายได้ตามความสมัครใจของผู้ครอบครอง แต่โฉนด ส.ป.ก.นั้น ให้เกษตรกรถือครองตามที่กฏหมายส.ป.ก.กำหนด เพื่อยกระดับสิทธิทำกินให้แก่เกษตรกร สามารถเข้าสู่ระบบสถาบันทางการเงินได้ สามารถซื้อขายได้ แต่ต้องเป็นเกษตรกรด้วยกัน อย่างไรก็ตาม เรื่องข้อกำหนดในเรื่องนี้ จะออกมาชัดเจนโดยคณะกรรมการที่รับผิดชอบภายในวันที่ 15 ธันวาคมนี้

เมื่อถามว่า การแปลงที่ดิน ส.ป.ก.เป็นโฉนด จะทำให้ขัดกับกฎหมายป่าไม้หรือไม่ เพราะ ที่ดิน ส.ป.ก.ยังอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอยู่ เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า ตามกฏหมาย ส.ป.ก.นั้น เมื่อมีการประกาศให้ที่ป่าสงวนแห่งชาตินั้นเป็น ส.ป.ก.แล้ว ความเป็นป่าสงวนฯจะหมดลง โดยก่อนประกาศจะมีการสำรวจแนวเขตร่วมกัน เพื่อความชัดเจน ไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน โดยใช้ วันแม็ป หรือแผนที่มาตรา 1:4000

เมื่อถามว่า การทำที่ดิน 22 ล้านไร่ จาก ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนด เพื่อเป็นของขวัญให้เกษตกร ในช่วงปีใหม่นั้น จะทำทันจริงๆ หรือ นายวิณะโรจน์ กล่าวว่า ที่บอกว่าปีใหม่ คือ จะเริ่มดำเนินการ และจะทำให้เสร็จภายใน 5 ปี

Advertisement

เมื่อถามอีกว่า ทราบหรือไม่ว่า เมื่อทาง ส.ป.ก.ประกาศออกมาว่า จะเปลี่ยนที่ดิน  ส.ป.ก.ให้กลายเป็นโฉนดนั้น มีคนจำหนึ่งหนึ่งที่ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.คิดจะเอาไปขายกันแล้ว นายวิณะโรจน์ กล่าวว่า การทำนิติกรรมต่างๆ ของที่ดิน ส.ป.ก.นั้นต้องทำโดยนายทะเบียนของ ส.ป.ก.เท่านั้น โดยการจัดการที่ดิน ส.ป.ก. ยังคงเป็นไปเพื่อประกอบเกษตรกรรมตามศักยภาพของพื้นที่ สามารถเปลี่ยนมือได้ระหว่างเกษตรกรที่มีคุณสมบัติด้วยกันตามที่กฎหมายกำหนด ต้องปลูกไม้มีค่าในพื้นที่ตามสัดส่วนที่ ส.ป.ก. กำหนด สามารถใช้ค้ำประกันเงินกู้กับสถาบันการเงินได้ทุกแห่ง โดยเฉพาะสถาบันการเงินของรัฐ และต้องถือครอง ส.ป.ก.4-01 และทำประโยชน์มาไม่น้อยกว่า 5 ปี

โดยมีเกษตรกรที่เข้าเงื่อนไข จำนวน 1,628,520 ราย เอกสารสิทธิรวม 2,205,561 ฉบับ เนื้อที่รวม 22,079,407.67 ไร่ โดย ส.ป.ก. จะทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่าง ๆ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้

อย่างไรก็ตาม จะดำเนินการอย่างไร ต้องรอข้อกำหนดที่ชัดเจนอีกครั้งในวันที่ 15 ธันวาคมนี้