หน้าแรก การเมือง นายกฯ ลั่น ‘ต...

นายกฯ ลั่น ‘ต้องไม่ท่วมไม่แล้ง’ เห็นใจชาวบ้าน ควง ‘อนุทิน’ แก้ท่อน้ำถึงพิษณุโลก เจอทวงเงินดิจิทัล

14.10.23 | 17:28 น.

นายกฯ ลั่น ต้องไม่ท่วมไม่แล้ง เห็นใจชาวบ้าน รุดแก้ท่อน้ำถึงพิษณุโลก-ผุดไอเดีย ‘ธนาคารน้ำใต้ดิน’ เล็งนำร่องที่ชัยนาท

เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 14 ตุลาคม ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมพูดคุยปัญหาการระบายน้ำ และการวางแผนเพิ่มสถานีสูบน้ำ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาร่วมด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายกฯเดินทางมาถึงได้ทักทายและถ่ายรูปกับประชาชนที่มาต้อนรับอย่างอารมณ์ดี และรับฟังปัญหาการขาดแคลนน้ำและน้ำท่วมของประชาชน โดยเน้นย้ำว่า แนวทางการทำงานของรัฐบาลต่อไปต้องไม่ท่วมไม่แล้ง และแนวทางหนึ่งที่จะป้องกันน้ำแล้งได้คือการทำธนาคารน้ำใต้ดิน หากประชาชนในพื้นที่สนใจจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ซึ่งแนวทางนี้จะใช้เวลาเพียงไม่นาน 3 เดือน ก็ดำเนินการได้

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานระหว่างลงพื้นที่ ได้มีประชาชนถือป้ายเรียกร้อง เงินดิจิทัล 10,000 บาท โดยนายเศรษฐาได้นำป้ายดังกล่าวมาถือ ที่มีข้อความระบุว่า ‘อยากให้ถึงกุมภาพันธ์ อยากใช้เงิน Digital 10,000 บาท’ เรียกเสียงเฮฮาจากประชาชนที่มาให้การต้อนรับอย่างคึกคัก

จากนั้นนายกฯรับฟังบรรยายสรุปก่อนกล่าวว่า วันนี้มีรัฐมนตรีมากันครบ ซึ่งปัญหาเรื่องน้ำท่วมเป็นปัญหาใหญ่ ก็เข้าใจว่าเป็นฤดูฝนทำให้มีน้ำเยอะและประตูระบายน้ำก็ไม่เพียงพอ ทั้งนี้ ตนได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดตรวจสอบพื้นที่ทำแก้มลิงเพิ่มเพื่อรองรับน้ำฝน และกักเก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้ง ทั้งนี้ นายกฯได้แจกถุงยังชีพให้กับประชาชนด้วย

Advertisement

นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ว่า เช้าวันเดียวกันนี้ ที่เดินทางมา จ.พิษณุโลก ก็ต้องขอโทษ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วย นึกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่อยากรบกวนช่วงวันเสาร์ แต่มาเจอปัญหาเรื่องของน้ำประปาที่เป็นท่อระบบเก่าผ่านมา 87 ปี จึงโทรศัพท์ไปปรึกษา ซึ่งรองนายกฯบอกว่าเดี๋ยวจะเดินทางมาเองดีกว่า ซึ่งตนกับนายอนุทินก็จะช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป

เนื่องจากน้ำประปาในการอุปโภคบริโภคของ จ.พิษณุโลก เป็นเรื่องใหญ่ แต่ไปถึงประชาชนแค่ 52% ก็น่าเห็นใจ จะไปดูเรื่องการบริหารจัดการน้ำตรงนี้ให้ดี ส่วนพื้นที่บางระกำ เรื่องคลองส่งน้ำก็ยังไม่ดีพอ พื้นที่นี้ยังมีปัญหา ถึงฤดูฝนน้ำก็ท่วม ฤดูร้อนก็แล้ง หน้าที่เราต้องทำให้ไม่ท่วมไม่แล้ง ซึ่งตนได้มีการสอบถามกรมวิชาการเกษตร เรื่องการให้องค์ความรู้กับเกษตรกรเกี่ยวกับเรื่องความเป็นกรดเป็นด่างปุ๋ยในดินมีมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยเหลือเกษตรกรถ้ามีผลิตภัณฑ์ทางด้านการเกษตรที่มากขึ้นและค่าใช้จ่ายที่น้อยลง

เมื่อถามว่า จะให้กำลังใจประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่อย่างไร?

นายเศรษฐากล่าวว่า ก็เห็นใจ เพราะบางพื้นที่ท่วมแล้วท่วมอีก แล้งแล้วแล้งอีก ต้องมีการแก้ไขอย่างบูรณาการ เราก็เพิ่งเข้ามาบริหารจัดการได้เพียงเดือนเดียว ก็ต้องทำงานต่อไป

เมื่อถามว่า การมาลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมในครั้งนี้มั่นใจหรือไม่ว่าพื้นที่ภาคกลางจะไม่มีน้ำท่วมยาว?

นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่มั่นใจเพราะเพิ่งเข้ามาได้เดือนเดียว และเห็นถึงปัญหาว่าสะสมมานาน แต่ก็จะช่วยบรรเทาพื้นที่ที่มีการท่วม ทั้งนี้ ต้องคิดระยะกลาง ระยะยาว ว่าปีหน้าจะทำอย่างไร อีก 3 ปีจะทำอย่างไร ก็คงต้องมีโครงการออกมาอีกพอสมควร

เมื่อถามถึงธนาคารน้ำใต้ดินที่จะป้องกันน้ำแล้ง ภายใน 3 เดือนเป็นอย่างไร?

นายเศรษฐากล่าวว่า ทฤษฎีน้ำใต้ดินเป็นทฤษฎีที่หลายภาคส่วนเห็นด้วย แต่ก็ต้องถามพื้นที่ว่าต้องการธนาคารน้ำใต้ดินหรือไม่ โดยจะมีการนำร่องที่ จ.ชัยนาท จะมีการทำธนาคารน้ำใต้ดินทั้งจังหวัด แล้วก็จะดูว่าจะสามารถช่วยให้ไม่ท่วม ไม่แล้งได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้ หากจังหวัดและเขตหนึ่งเห็นด้วยก็พร้อมที่จะไปทำได้

เมื่อถามว่า จะมีโอกาสสร้างระบบบูรณาการน้ำสำเร็จในวาระรัฐบาล 4 ปีหรือไม่?

นายเศรษฐากล่าวว่า ก็อยากเห็น เพราะระยะเวลา 4 ปี ก็เป็นระยะเวลาที่ยาวพอสมควร บางโครงการก็บอกว่าจะทำในปี 2567 ถ้าหลายฝ่ายเริ่มต้นได้เร็ว ผ่านงบประมาณแล้ว ก็อยากให้เร่งทำเพราะเวลาคนเดือดร้อนก็คือเดือดร้อน

อ่านข่าว : นายกฯ ปัดตัดเกรดตัวเอง ให้ ปชช.ตัดสิน – พร้อมน้อมรับคำเตือน ปรับปรุง ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’