นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อและ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคการเมืองฝ่ายค้านและพรรคก้าวไกล มีการหารือกรอบการทำงานของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน คร่าวๆ ว่าในปลายสมัยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยหน้า หรือช่วงปลายเดือนมีนาคม ถึงช่วงต้นเดือนเมษายน หรือหลังจากพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 เสร็จสิ้น มีความเป็นไปได้ที่พรรคการเมืองฝ่ายค้านจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปราย โดยยังไม่ได้พิจารณาว่าจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 หรือยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติ ตามมาตรา 151 จะต้องดู โดยพิจารณาการทำงานของรัฐบาลก่อน ในชั้นนี้ฝ่ายค้านวางกรอบไว้คร่าวๆ เท่านั้น
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ระบุว่า พรรคมองว่าหากกฎหมายงบประมาณปี 2567 ผ่านวาระ 3 ในช่วงระหว่างปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ปี 2567 หากจะมีการเปิดอภิปรายหลังจากนั้น ก็น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีในการทบทวนว่านโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภาไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานั้นคืบหน้าไปแล้วเท่าไหร่ และผลสัมฤทธิ์เป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ หากถามว่าเร็วไปหรือไม่ ก็คงไม่ได้เร็วไป เพราะถ้าอ้างอิงในสภาชุดที่ 25 รอบที่แล้ว ฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคเพื่อไทย มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประมาณ 7-8 เดือน หลังแถลงนโยบาย ดังนั้น หากยื่นอภิปรายหลังงบปี’67 ผ่านวาระ 3 ก็จะเป็นกรอบเวลาใกล้เคียงกันกับสภาชุดที่ 25
การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป ไม่ว่าแบบใด เป็นอำนาจอันชอบธรรมของฝ่ายค้าน ซึ่งมีหน้าที่สำคัญคือการตรวจสอบ ควบคุมฝ่ายบริหาร พรรคฝ่ายค้านนำโดยพรรคก้าวไกล ประกาศจองกฐิน ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายโดยไม่ระบุว่าเป็นแบบใด แต่จะพิจารณาจากการทำงานของรัฐบาล เป็นท่าทีที่ค่อนข้างรัดกุม ไม่ด่วนตัดสินใจ ตั้งธงใช้มาตรการตรวจสอบการทำงานสูงสุด ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติ ส่งสัญญาณการใช้การเมืองนำ แต่ให้น้ำหนักข้อมูลที่ได้จากการทำงานของรัฐบาลเป็นหลัก นำมาประกอบการตัดสินใจ แสดงว่าฝ่ายค้านตระหนักถึงการทำหน้าที่ การเลือกใช้อาวุธในมือ การตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์ในนามของการทำงานฝ่ายค้านเชิงรุกนั้น การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติตัดสิน ไม่ควรใช้อย่างพร่ำเพรื่อ หากแต่ต้องเป็นมาตรการสุดท้าย มีข้อมูล
มาแสดงให้สมาชิกและประชาชนได้เห็นอย่างหนักแน่นว่ารัฐมนตรีหรือรัฐบาล ไม่สมควรได้รับความไว้วางใจให้บริหารประเทศต่อไป

