‘วรวัจน์’ ชี้หมุนเงินดิจิทัลกับแจกเงิน ความหมายแตกต่างกันสิ้นเชิง ขอให้ใจเย็น-ร่วมกันให้กำลังใจรัฐบาล
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า การแจกเงิน 10,000 บาท ผ่านระบบเป๋าตังกับการสร้างระบบเงินหมุนผ่านระบบบล็อกเชน มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อธิบายตอนนี้คงจะยาว แต่อยากให้ดูตอนผลลัพธ์ที่ออกมา เหมือนโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค โครงการกองทุนหมู่บ้าน บวกกับโครงการโอท็อป เพราะรัฐบาลไม่ได้แจกเงินฟรี แต่มีการส่งเสริมให้คนที่คิดจะลงทุน สามารถเพิ่มวงเงินลงทุนได้ด้วย เพราะฉะนั้นก็จะมีคนที่คิดนำเงินไปลงทุนเป็นจำนวนมาก เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อยู่ในระบบปิด ที่ควบคุมการใช้จ่ายเม็ดเงินได้ ผลลัพธ์คือในที่สุดรัฐบาลก็จะได้ภาษีที่จะหมุนกลับมาเป็นเงินงบประมาณรอบใหม่
นายวรวัจน์ระบุต่อว่า กับประเด็นที่ว่ารัฐบาลมีเงินหรือไม่ ต้องให้ข้อมูลว่าเฉพาะเงินนอกงบประมาณที่สะสมอยู่ในภาครัฐก็มีอยู่ถึงปีละ 4.8 ล้านล้านบาท มากกว่าเงินงบประมาณแผ่นดินในแต่ละปี อยู่ที่รัฐบาลจะตัดสินใจกระจายความมั่งคั่งภาครัฐมาหมุนในระบบการเงินให้ภาคประชาชนเมื่อไหร่? อย่างไร? เท่านั้นเอง
“ผมเชื่อมือทีมเศรษฐกิจเพื่อไทย เชื่อว่ากำลังหาเวลาที่เหมาะสม ประกอบกับนโยบายออกโฉนดที่ดิน 50 ล้านไร่ ที่จะกลายเป็นหลักทรัพย์ของประชาชน คิดแค่ไร่ละแสน ก็จะมีหลักประกันเพิ่มอีกกว่า 5 ล้านล้านบาท” นายวรวัจน์ระบุ
นายวรวัจน์ระบุด้วยว่า ถ้านับโครงการเพิ่มศักยภาพประชาชนให้มีรายได้ โดยสร้างงาน สร้างอาชีพ ยกระดับกลุ่มของงานโอท็อปสู่ระดับอุตสาหกรรมโดยมีรัฐบาลทำหน้าที่การตลาดให้ มั่นใจได้ว่าใน 4 ปีนี้รัฐบาลจะสามารถนำความมั่งคั่งมาสู่ประชาชนได้แน่ ยิ่งเมื่อรัฐบาลตั้งเป้าหมายนำการท่องเที่ยวดึงเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศเป็นเป้าหมายหลักแล้วก็เชื่อว่าการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลเป็นไปได้ด้วยดีแน่ ใจเย็นๆ สักนิดหนึ่ง เมื่องานรัฐบาลเดินและสำเร็จ เราจะร่วมดีใจกับประเทศไทยไปด้วยกัน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เศรษฐา ย้ำเดินหน้าแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่น ปลุกปชช.ส่งเสียง อย่าให้โครงการถูกยับยั้ง
- โฆษกรัฐบาล ตอกย้ำเสียง ปชช.ต้องการเงินดิจิทัล เชื่อมั่นจะเพิ่มโอกาส ลดความเดือดร้อน
- ‘ราเมศ’ ชี้นายกฯ ควรอธิบายที่มาเงินดิจิทัล-ขั้นตอน-ความคุ้มค่า อย่ามัวคิดในเชิงการเมือง

