‘เศรษฐา’ ลั่นสิ้น ต.ค.อพยพหมด สั่งเช่าแอร์บัส 380 เพิ่ม ระดมไฟลต์บินรับคนไทย

16.10.23 | 06:04 น.

‘เศรษฐา’ ลั่นสิ้น ต.ค.อพยพหมด สั่งเช่าแอร์บัส 380 เพิ่ม ระดมไฟลต์บินรับคนไทย

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ห้องนิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมศูนย์สถานการณ์ฉุกเฉินต่อสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล หรือศูนย์ Rapid Response Center : RRC ติดตามสถานการณ์เหตุการณ์ความรุนแรงในประเทศอิสราเอล และการให้ความช่วยเหลือคนไทยและแรงงานไทยที่ยังตกค้างกลับประเทศ รวมถึงแนวทางความชัดเจนในการจัดเที่ยวบินรับคนไทยให้ได้วันละ 200-400 คน และแนวทางการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกัน

นายเศรษฐากล่าวเปิดประชุมว่า ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนต้องติดตามงานใกล้ชิด ต้องขอบคุณทุกหน่วยงานให้ความร่วมมืออย่างดีและให้ความสำคัญเรื่องนี้สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข กองทัพไทย และสายการบินทุกรายไม่ว่าจะเป็นนกแอร์ แอร์เอเชีย และการบินไทย

ด้าน นายณัฐพล ขันธหิรัญ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวรายงานว่า การอพยพคนไทยในสถานการณ์อิสราเอล ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ตัวเลขคนไทยเสียชีวิตเพิ่ม 4 ราย รวมมีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 28 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 16 ราย และผู้ที่ถูกลักพาตัว 17 ราย

ภายหลังการประชุม นายเศรษฐาแถลงว่า การประชุมเป็นการยืนยันเจตนารมณ์นำคนไทยที่มีความประสงค์เดินทางออกจากประเทศอิสราเอลให้เร็วที่สุด โดยภายในสิ้นเดือนนี้จะมีสายการบินรับคนไทยทั้งนกแอร์ แอร์เอเชีย การบินไทย และสไปซ์เจ็ท ทั้งหมดทั้งสิ้น 32 เที่ยวบิน รวม 5,700 คน ซึ่งยังไม่พอ เพราะตอนนี้มีคนไทยต้องการเดินทางกลับประมาณ 7 พันกว่าคน และตัวเลขมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งการลำเลียงทางบก หรือทางเรือ เรียกว่าประตูปิดแล้ว ต้องพึ่งทางอากาศอย่างเดียว สถานทูตไทยประจำอิสราเอลทำงานอย่างเต็มที่ สามารถนำคนมาอยู่ในศูนย์พักพิงได้วันละประมาณ 400 คน ถือเป็นตัวเลขที่ดี อย่างไรก็ตาม ยังมีเครื่องบินไม่พอก็น่าเป็นห่วงอยู่

Advertisement

นายเศรษฐากล่าวว่า สำหรับการลำเลียงคนด้วยเครื่องบิน ขณะนี้มีสองช่องทางคือบินตรงจากอิสราเอลมากรุงเทพฯ กับการไปพักที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน สาธารณรัฐไซปรัส แล้วนำเครื่องบินไปรับอีกช่วงหนึ่ง

นายเศรษฐากล่าวถึงจำนวนตัวประกันไทยและการช่วยเหลือว่า มีคนไทยถูกจับเป็นตัวประกัน 17 คน โดยใช้ 4 ช่องทางพยายามติดต่อนำตัวกลับมา โดยใช้ช่องทางทางการทูต หน่วยข่าวกรอง ซึ่งมีการคุยกันระหว่างข่าวกรองต่างประเทศและการทหาร นอกจากนี้ ยังใช้ช่องทางที่ไม่เป็นทางการ ภาคประชาคม หรือเอ็นจีโอ ที่มีเครือข่ายอยู่ในประเทศต่างๆ ตรงนี้ได้พูดคุยมาโดยตลอด โดยกระทรวงการต่างประเทศพูดคุยกับทุกฝ่าย ทั้งปาเลสไตน์และอิสราเอล เพื่อขอคนไทยกลับมาอย่างปลอดภัยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่เป็นที่ไว้วางใจ แต่ทุกคนที่อยู่ที่นี่และกองทัพไทยพยายามหาช่องทางเพิ่มมากขึ้นในการเพิ่มเที่ยวบิน เอาคนไทยกลับมาให้ทันในสิ้นเดือนนี้ ให้หมด

เมื่อถามว่า ขณะนี้ปัญหาอะไรน่ากังวลที่สุด นายเศรษฐากล่าวว่า มี 2-3 ปัญหา ปัญหาแรกคือการนำคนจากจุดเสี่ยงมาสู่ศูนย์พักพิง และเดินทางเข้าสู่สนามบินพร้อมออกเดินทาง สองคือเที่ยวบินจะนำเข้าไป ที่ประชุมมีผู้เสนอให้เช่าเครื่องบินเพิ่ม หลายคนไปสนามบินสุวรรณภูมิอาจเห็นเครื่องบินแอร์บัส 380 จุคนได้ประมาณ 500 กว่าคน ถามว่าทำไมไม่เอาเครื่องดังกล่าวไปรับ สอบถามการบินไทยได้รับการชี้แจงว่าเครื่องบินเหล่านั้นจอดมานาน ต้องซ่อมบำรุง นักบินไม่ได้บินนาน ตามกฎแล้วต้องไปฝึกอบรมเพิ่ม ต้องใช้เวลา จึงสั่งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่าเครื่องบินแอร์บัส 380 มา เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่พิจารณาอยู่

เมื่อถามว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตคนไทยสูงขึ้น จะปรับท่าทีหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงท่าที ไทยจะอยู่ตรงกลาง ไม่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง

“เราพยายามช่วยเจรจาทั้งสองฝ่าย จุดมุ่งหมายของเราคือนำคนไทยที่เป็นตัวประกันออกมาให้ได้ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด ส่วนคนไม่ใช่ตัวประกันและต้องการเดินทางกลับ ก็ต้องให้กลับเร็วที่สุด” นายเศรษฐากล่าว