‘เศรษฐา’ บินถึงจีน-สานสัมพันธ์ เตรียมถก ‘ปธน.สี จิ้นผิง-ปูติน’ แต่งตั้ง ‘นิกร-วุฒิสาร’ ปธ.อนุฯแก้ รธน.

17.10.23 | 06:30 น.

‘เศรษฐา’ บินถึงจีน-สานสัมพันธ์ เตรียมถก ‘ปธน.สี จิ้นผิง-ปูติน’ แต่งตั้ง ‘นิกร-วุฒิสาร’ ปธ.อนุฯแก้ รธน. ‘ชัยธวัช’ ชู 4 ยุทธศาสตร์ก้าวไกล

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Forum for International Cooperation : BRF) ครั้งที่ 3 ตามคำเชิญของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี นายหู เหอผิง รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว พร้อมด้วย นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายอรรถยุทธ์ ศรีสมุทร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปักกิ่ง ให้การต้อนรับ

มีรายงานว่าวันที่ 17 ตุลาคม นายกรัฐมนตรีมีกำหนดพบกับ ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางเยือนจีนและพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อกระชับความสัมพันธ์แบบไร้ขีดจำกัดระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ ประธานาธิบดีปูตินจะร่วมการประชุมหนึ่งแถบ-หนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Forum) ที่กรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคมนี้

ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ 2560 เปิดเผยว่า วันเดียวกันนี้ได้นำรายชื่อคณะอนุกรรมการ 2 ชุดคือ คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมี นายนิกร จำนง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เป็นประธาน และคณะศึกษาแนวทางทำประชามติให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีนายวุฒิสาร ตันไชย อดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธาน เสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา หากเห็นชอบตนเองจะลงนามแต่งตั้งและสามารถทำงานได้ทันทีเพื่อให้เกิดความสะดวกตามกรอบเวลาที่วางไว้ ส่วนความชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการทำประชามติจะเป็นอย่างไรและกี่ครั้ง ขอให้คณะอนุกรรมการทำงานกันก่อน

ด้าน นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์มติชนถึงยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนบทบาทฝ่ายค้านเชิงรุก ในฐานะว่าที่ผู้นำฝ่ายค้าน กรณีการเดินหน้าฝ่ายค้านเชิงรุกของพรรค ก.ก.ว่า แบ่งเป็น 4 ด้าน คือ การทำหน้าที่ฝ่ายค้านตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร ฝ่ายค้านเชิงรุกของพรรค ก.ก.เป้าหมายคือไม่ใช่การล้มรัฐบาล เป็นฝ่ายค้านไม่ใช่เป็นฝ่ายแค้น เป้าหมายคือการเตรียมพร้อมการเป็นรัฐบาลที่ดีที่สุดให้ประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า การสร้างยุทธศาสตร์ให้พรรคเข้มแข็ง และยุทธศาสตร์เชิงชิงพื้นที่ พื้นที่ที่ยังไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากพอ ต้องกำหนดพื้นที่เป้าหมายและขยายเข้าไปให้ได้ มีอย่างน้อย 100 เขต ที่ยังไม่ชนะในระดับ ส.ส.เขต แต่ชนะในระดับปาร์ตี้ลิสต์ ได้วางเป้าหมายไว้ว่า ต้องพร้อมเลือกตั้งตลอดเวลาภายใน 2 ปี

Advertisement