‘พิชัย’ จี้ ‘บิ๊กต่อ’ ตร. เร่งแก้ไขประวัติอาชญากรรมผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง

17.10.23 | 08:28 น.

‘พิชัย’ จี้ ‘บิ๊กต่อ’ ตร. เร่งแก้ไขประวัติอาชญากรรมผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง ชี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ต้องปกป้องสิทธิของประชาชนและคนรุ่นใหม่

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งแก้ไขประวัติอาชญากรรมของผู้แสดงความเห็นโดยสุจริต และได้รับผลกระทบทางการเมือง เพื่อไม่ให้มีประวัติที่ด่างพร้อย โดยจากการที่ตนเองได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี จึงต้องมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ซึ่งปรากฏว่าตนเองยังคงมีประวัติ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ส่งคนมาฟ้องร้องตนในอดีต ในคดีทฤษฎีกบต้ม คดีนิตยสารไทม์ และคดีข้อมูลการเสวนา ที่สำนักงานอัยการได้ยกฟ้องทั้งหมดแล้วเพราะคดีไม่มีมูล แต่ประวัติอาชญากรรมกลับยังไม่ถูกลบ

ทั้งนี้ จากสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ย่ำแย่ ผลสืบเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจในอดีตที่ตนได้เตือนมาตลอด ทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำเฉลี่ยตลอด 9 ปี เพียงปีละ 1% กว่าเท่านั้น การส่งออกที่ขยายตัวน้อยมากเฉลี่ยปีละ 1% กว่าเช่นกัน การลงทุนที่หดหาย และหนี้สินที่พุ่งสูงทั้งหนี้ภาคครัวเรือน หนี้ภาครัฐ รวมถึงหนี้เสียในระบบธนาคารและหนี้นอกระบบ ซึ่งเสื่อมถอยเป็นไปตามทฤษฎีกบต้มที่ตนได้เตือนไว้แล้วตามความจริงและด้วยความบริสุทธิ์ใจ รวมถึงเรื่องนิตยสารไทม์และการเสวนาวิชาการด้วย โดยต้องขอขอบคุณ นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ที่ช่วยว่าความแก้ต่างให้ และสำนักงานอัยการสูงสุดที่พิจารณาตามข้อเท็จจริงและได้สั่งไม่ฟ้องทั้งหมด

ทั้งนี้ ในขณะที่โดนฟ้องก็เป็นข่าวกระจายมากเพราะขัดต่อความรู้สึกของประชาชน และเมื่อสำนักงานอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องก็เป็นข่าวกระจายมากเช่นกัน แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกลับไม่ได้แก้ไขเรื่องดังกล่าว จนกระทั่งตนต้องเรียกร้องและแสดงหลักฐานการสั่งไม่ฟ้องของสำนักงานอัยการสูงสุด

การที่ตนออกมาทักท้วงนี้เพื่อต้องการปกป้องสิทธิของประชาชนและคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่อาจโดนฟ้องร้องแบบไม่ยุติธรรมเหมือนตนเอง ขนาดตนเองยังต้องหาทางติดต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อแก้ไขประวัติอาชญากรรมให้ถูกต้อง แล้วประชาชนและคนรุ่นใหม่จะเป็นอย่างไร ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เร่งแก้ไขเรื่องนี้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะน่าจะมีประชาชนและคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่โดนเหมือนกับตน และอาจจะประสบปัญหาไม่สามารถจะแก้ไขได้ และอาจจะมีประวัติอาชญากรรมติดตัวไปตลอด ซึ่งจะมีปัญหาในการสมัครงาน และการเดินทางไปต่างประเทศได้ เป็นต้น และเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่จะต้องได้รับความคุ้มครองและแก้ไขให้ถูกต้อง ทั้งนี้ โดยส่วนตัวแล้วเชื่อมั่นใน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ว่าจะสามารถแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนา สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ได้มาตรฐานและเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้อย่างแน่นอน