‘ตวง’ ห่วง น.ศ.ไทย 79 รายในอิสราเอล จี้ รบ.เร่งประสาน แนะไม่ควรเลือกข้าง-รักษาระยะห่าง

17.10.23 | 11:07 น.

‘ตวง’ ห่วง น.ศ.ไทย 79 รายในอิสราเอล จี้ รบ.เร่งประสาน แนะไม่ควรเลือกข้าง-รักษาระยะห่าง ระบุให้ทบทวนหลังแรงงานไทยหลายคนเสี่ยงอยู่ต่อเพราะปากท้อง

เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 17 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายตวง อันทะไชย ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ต่อท่าทีรัฐบาลไทยในสถานการณ์ความขัดแย้งสู้รบพื้นที่อิสราเอลว่า รัฐบาลไม่ควรเลือกข้างในสถานการณ์ดังกล่าว อาจจะส่งผลต่อความปลอดภัยของตัวประกัน และความมั่นคงระหว่างประเทศด้วย ส่วนความปลอดภัยของแรงงานไทยในอิสราเอล ซึ่งเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงนั้น ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลควรทบทวน ทั้งในประเด็นของค่าแรง และความปลอดภัย ทางรัฐบาลได้ส่งนักศึกษาไทยไปยังวิทยาลัยเพื่อการประกอบอาชีพด้านการเกษตร สามารถกล่าวได้ว่า ผลผลิตทางการเกษตรของอิสราเอล 80-90 เปอร์เซ็นต์ ล้วนเป็นผลงานของนักศึกษาชาวไทย ทั้งที่อิสราเอลมีเงื่อนไขปัจจัยที่ทำให้การเพาะปลูกยากกว่าที่ไทย ตรงกันข้าม วิทยาลัยเกษตรกลับไม่สามารถสร้างอาชีพให้นักศึกษาในไทยได้ รัฐบาลควรคำนึงถึงเรื่องนี้

เมื่อถามถึงกลุ่มนักศึกษาไทยทั้ง 79 คน ที่ยังอยู่ในอิสราเอล นายตวงกล่าวว่า นักเรียนในวิทยาลัยเกษตรของอิสราเอล ที่ยังเหลืออยู่ 79 คน ซึ่งเป็นคนที่อยู่หน้างาน จะทำอย่างไรให้ช่วยพวกเขากลับมาให้ได้ และไม่รู้ว่าในจำนวนนี้มีกลุ่มที่ถูกฮามาสจับตัวไปหรือไม่ รัฐบาลควรต้องประสานต่อ

เมื่อถามว่า กรณีแรงงานไทยบางคนเลือกจะไม่กลับประเทศไทย เนื่องจากยังมีปัญหาเรื่องหนี้สินและค่าแรง นายตวงกล่าวว่า รัฐบาลต้องทบทวนเหมือนกัน เพราะตอนนี้เห็นได้ว่าความปลอดภัยในชีวิตอาจเป็นเรื่องรองไปแล้ว ความยากจนเป็นเรื่องที่ใครไม่เผชิญกับตัวเองจะไม่รู้ ประชาชนบางคนบอกว่าหากสถานการณ์ปกติก็จะกลับไปที่อิสราเอลอีก รัฐบาลต้องตระหนักว่าความยากจนทำให้คนยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายได้ ในฐานะที่เป็นพลเมืองไทยก็ต้องออกแบบให้เขา เพราะบางคนไปทำงานต่างประเทศโดยไม่มีหนังสือเดินทาง และไม่ได้รับการคุ้มครองจากผู้ประกอบการ

“ขณะที่ประเทศอื่นๆ สามารถนำพลเมืองของเขากลับมาได้แทบทั้งหมด แต่ประเทศไทยต้องอาศัยเงื่อนเวลาที่ทอดยาวไปพอสมควร และพลเมืองของเราอีกกว่า 30,000 คน จะทำอย่างไรกับเขา คนเหล่านี้เป็นคนที่หาเงินเข้าประเทศ ช่วยสร้างครอบครัวให้มีอาชีพ มีรายได้ มีงานทำ รัฐบาลไทยก็ได้ภาษีจากเขา ถ้าเราทำเป็นระบบดีๆ อาจจะยกระดับเพื่อความปลอดภัยให้พลเมืองของเราได้ สถานการณ์นี้จะทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง” นายตวงกล่าว

เมื่อถามถึงเรื่องของตัวประกัน นายตวงกล่าวว่า เบื้องต้นรัฐบาลไม่ควรเลือกข้าง เพราะจะมีกลุ่มประเทศที่เห็นต่าง ต้องกลับลำให้ทันเพื่อเจรจาช่วยเหลือตัวประกันไทยเป็นผู้บริสุทธิ์ ต้องได้รับความคุ้มครองจากประชาคมโลก ต้องถือหลักการใหญ่คือปกป้องคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ของทั้งสองฝ่าย เพื่อจะได้บินข้ามน่านฟ้าของประเทศต่างๆ ได้ ในเรื่องนี้ พักหลังกระทรวงการต่างประเทศปรับตัวอยู่ แต่รัฐบาลต้องดำรงวิธีนี้ และดำรงระยะห่างต่อเรื่องนี้ไว้ให้ได้ บอกว่ารัฐบาลที่แล้วก็ทำเรื่องนี้ได้ดีมากแล้ว เช่น การรักษาระยะห่างกับประเทศซาอุดีอาระเบีย แต่เราก็ต้องไปพูดคุยกับเขาใหม่ อย่างไรก็ตาม ตนเองไม่ได้ว่าอะไรใคร

Advertisement