09.00 INDEX ผลสะเทือน ‘ซุปเปอร์แอพพ์’ แรงเสียดทาน 1 หมื่น 1 คน

18.10.23 | 08:17 น.

ทั้งๆ ที่สมาธิของนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ควรรวมศูนย์ไปยัง “หนึ่งสายแถบ หนึ่งเส้นทาง” เพื่อการพบกับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน และ ประธานาธิบดีปูติน แห่งรัสเซีย

แต่ก็ต้อง “ช่วงชิงเวลา” อันน้อยนิด เพื่อมาตอบคำถามเกี่ยวกับ “ซุปเปอร์แอพพ์”

สะท้อนให้เห็นว่า “ผลสะเทือน” ของ “ซุปเปอร์แอพพ์” ใหญ่หลวง

สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการ “ต้าน” โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต จำนวน 10,000 บาท ต่อเป้าหมายประชากรอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้น จำนวน 56 ล้านคน เริ่มทวีความสลับซับซ้อน

ลำพังเพียงการออกมาตั้งข้อสังเกตในเชิงเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะมาจาก พรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะมาจาก นักลงทุน นักการเงิน หรือแม้กระทั่ง นักเศรษฐศาสตร์ ก็เป็นเรื่องปกติ

Advertisement

ที่สำคัญก็คือเป็นการค้านในเชิงหลัก “วิชาการ” เพื่อต้องการให้การดำเนินโครงการมีความรอบคอบและรัดกุมมีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจและแบ่งเบาภาระให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

กระนั้น ภายในการเคลื่อนไหวก็มีการปล่อย “ของ” อันกลายเป็น “ข้อกล่าวหา” ที่หมิ่นเหม่อย่างยิ่งต่อการใส่ร้ายป้ายสี

เหมือนที่เคยเกิดกับ “ทักษิณ” เหมือนที่เคยเกิดกับ “ยิ่งลักษณ์”

 

การพยายาม “โยง” สายสัมพันธ์ระหว่าง “ซุปเปอร์แอพพ์” เข้ากับธุรกิจในเครือข่ายของนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน โดยมีเงินงบประมาณจำนวน 12,000 ล้านบาทเป็นเดิมพัน

นั่นคือ การงัดเอา “กลยุทธ์” อย่างที่เคยใช้ก่อนรัฐประหาร ไม่ว่าเมื่อปี 2549 ไม่ว่าเมื่อปี 2557 หวนกลับมาใช้อีก

ความน่าสนใจก็คือ ภายใน “กลยุทธ์” อย่างนี้บรรดา “ตัวละคร” ที่เข้าไปมีส่วนร่วมก็สะท้อนความจัดเจนอันได้มาจากบทบาทในแบบ “พันธมิตร” ในแบบ “กปปส.”

เป็นน้ำเสียงเดียวกันกับที่เคยสาดทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็นเข้าใส่ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นน้ำเสียงเดียวกันกับที่เคยสาดทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็นเข้าใส่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

เพียงแต่บรรยากาศในห้วงปลายเดือนตุลาคม 2566 เป็นกระหน่ำเข้าใส่ นายเศรษฐา ทวีสิน และเครือข่าย “แสนสิริ”

 

ณ เบื้องหน้ากระบวนท่าแห่งการใส่ป้ายสีเช่นนี้ย่อมทำให้เวลาที่ใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินในฐานะนายกรัฐมนตรีต้องเสียไป แม้อยู่ระหว่างการเจรจาความเมือง

นี่คือ “รายจ่าย” ที่อยู่เหนือความคาดคิดสำหรับ นายเศรษฐา ทวีสิน

เมื่อเผชิญกับระลอกคลื่นในแบบ “ชกใต้เข็มขัด” เช่นนี้ มีหนทางเดียวเท่านั้นที่ นายเศรษฐา ทวีสิน จะต้องบริหารจัดการ นั่นก็คือ เอา “ความจริง” เข้ามาต่อกรกับ “ความเท็จ”

ยืนหยัดเดินหน้า “นโยบาย” ตามคำประกาศ อันเป็น “สัญญาประชาคม” ให้ปรากฏเป็นจริงอย่างรัดกุม แต่มีประสิทธิภาพ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง