หน้าแรก การเมือง ประกาศแล้ว! ก...

ประกาศแล้ว! กฎก.ตร.เปิดตำแหน่ง ‘พิเศษ’ สตช. เลียนแบบทหาร ตอบแทนความดี

11.01.17 | 15:48 น.
ภาพกราฟิกลิขสิทธิ์

เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ ระบุว่า อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓๑ (๒) แห่งพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗มาตรา ๓๒ และมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗และคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ประกอบกับมติ ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่ ๑๓/๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ จึงออกกฎ ก.ตร. ไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ กฎ ก.ตร. นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๑๑/๑ ของหมวด ๑ บททั่วไป ของกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ พ.ศ. ๒๕๕๙

“ข้อ ๑๑/๑ ตําแหน่งที่ปรึกษาพิเศษสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานตํารวจแห่งชาติรวมถึงตําแหน่งที่จะคัดเลือกแต่งตั้งทดแทนตําแหน่งตามข้อ ๒๘/๑ (๓) มิให้นํามานับเป็นตําแหน่งว่างเพื่อนํามาคํานวณสัดส่วนจํานวนตำแหน่งในการพิจารณาเลื่อนตําแหน่งสูงขึ้นตามข้อ ๑๑”

ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๒๘/๑ ของบทที่ ๓ วิธีการคัดเลือกหรือแต่งตั้งของผู้มีอํานาจ ของหมวด ๓ วิธีปฏิบัติในการดําเนินการคัดเลือกหรือแต่งตั้ง ของกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ พ.ศ. ๒๕๕๙ “ข้อ ๒๘/๑ การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตํารวจดํารงตําแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ตําแหน่งที่ปรึกษาพิเศษสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติคัดเลือกรายชื่อจากข้าราชการตํารวจที่ดํารงตําแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการ และรองผู้บังคับการ หรือตําแหน่งเทียบเท่า แล้วแต่กรณี

Advertisement

(๒) การคัดเลือกข้าราชการตํารวจตาม (๑) ให้พิจารณาจากผู้ที่มีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(ก) มีระยะเวลาการดํารงตําแหน่งตามข้อ ๑๖
(ข) เป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ห้าสิบเก้าปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีเวลาราชการเหลือไม่เกินหกเดือน
(๓) ให้พิจารณาข้าราชการตํารวจที่จะคัดเลือกแต่งตั้งเรียงตามลําดับอาวุโสจนครบ กรอบจํานวนตําแหน่ง

ในกรณีที่มีตําแหน่งว่างเหลือจากการพิจารณาดังกล่าวผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติสามารถคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตํารวจนอกจาก (๒) (ข) ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความเหมาะสมที่จะได้รับการเลื่อนตําแหน่งสูงขึ้นให้ดํารงตําแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสํานักงานตํารวจแห่งชาติและผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานตํารวจแห่งชาติที่ว่างนั้นและทดแทนผู้นั้นได้ แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกรอบจํานวนร้อยละห้าสิบของจํานวนตําแหน่งว่าง โดยมิให้ปัดเศษทศนิยมเป็นจํานวนเต็มข้าราชการตํารวจผู้ใดที่ได้รับการคัดเลือกแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสํานักงานตํารวจแห่งชาติและผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานตํารวจแห่งชาติตามวรรคสองเมื่อถึงวาระการแต่งตั้งประจําปีให้ผู้มีอํานาจดําเนินการคัดเลือกแต่งตั้งผู้นั้นไปดํารงตําแหน่งอื่นทุกราย โดยห้ามมิให้คัดเลือกแต่งตั้งไปดํารงตําแหน่งที่ปรึกษาพิเศษสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสํานักงานตํารวจแห่งชาติ
และผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพื่อให้รองรับการคัดเลือกแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติตาม (๒)

(๔) การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตํารวจตาม (๑) (๒) และ (๓) วรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ดําเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนของทุกปี เว้นแต่การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตํารวจให้ดํารงตําแหน่งในคราวแรกนี้ ให้ดําเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐หากการคัดเลือกแต่งตั้งได้เริ่มดําเนินการแต่ไม่แล้วเสร็จภายในเวลาดังกล่าว ไม่ถือว่าการดําเนินการที่ทํามาแล้วต้องเสียไป”

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวเมื่อวันที่ 28 พ.ย. กรณีการเพิ่มตำแหน่งดังกล่าว ว่า

“ตำแหน่งเหล่านี้เป็นการตอบแทนคนที่ทำคุณงามความดีในช่วงปีสุดท้ายก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ ในตำแหน่งที่ปรึกษาสตช. ผู้ทรงคุณวุฒิสตช. ในอัตราตำรวจชั้นนายพล ซึ่งเหมือนกับตำแหน่งทหาร และมีขีดความสามารถที่จะทำให้งานต่างๆ และจะมีการเปิด 16 ชุดปฏิบัติการ ที่จะลงไปทำงาน คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”