ศาลอุทธรณ์ยืน ระงับเผยแพร่ MV ‘ปฏิรูป’ วง R.A.D. ต่อไป ศิลปินขอสู้ชั้นฎีกาต่อ

18.10.23 | 13:59 น.

ศาลอุทธรณ์ยืน ระงับเผยแพร่ MV ‘ปฏิรูป’ วง R.A.D. ต่อไป ระบุเนื้อหาทำให้คนเมนต์โดยไม่เคารพกฎหมาย ศิลปินขอสู้ชั้นฎีกาต่อ

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยกรณีวันที่ 17 ตุลาคม ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์กรณี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ยื่นคำร้องขอระงับการเผยแพร่คลิปเพลง “ปฏิรูป” ของ วง Rap Against Dictatorship (R.A.D.) บนเว็บไซต์ยูทูบ (Youtube) โดยศาลอุทธรณ์พิพากษาเห็นชอบตามศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งระงับการเผยแพร่คลิปเพลงปฎิรูป

ทนายความ พร้อมด้วย “ฮอกกี้” เดชาธร บำรุงเมือง วง R.A.D. เดินทางมาฟังคำพิากษา ด้านผู้ร้องจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้มาฟังคำพิพากษาด้วยเช่นกัน

ศูนย์ทนายความฯเปิดเผยว่า เวลา 09.55 น. ผู้พิพากษาศาลอาญาเริ่มอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ โดยสรุปได้ว่า มีประเด็นต้องวินิจฉัยว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ระงับการเผยแพร่ข้อมูลนั้นชอบหรือไม่ ตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ว่าเนื้อร้องตามเพลงปฏิรูปเป็นคำปกติที่ใช้ในชีวิตประจำวัน มีการสะท้อนประเด็นทางสังคมและการเมือง ไม่ได้ระบุเจาะจงถึงผู้ใด ไม่มีเนื้อหากระทบต่อความมั่นคงในราชอาณาจักรนั้น

Advertisement

เห็นว่า วิดีโอเพลงปฏิรูปมีภาพการชุมนุม และการควบคุมชุมนุมของตำรวจ ส่วนเนื้อร้องมีการระบุชื่อ “ประยุทธ์” และ “ตู่” ซึ่งหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงเนื้อร้องไม่ได้เจาะจงถึงสถาบันก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาเนื้อร้องทั้งหมดแล้วเห็นได้อย่างเนื้อเพลงที่ว่า เช่น “tututu เลียตีนให้ตาย…” ซึ่งหมายถึงสถานะที่สูงกว่านายกรัฐมนตรี ซึ่งหมายถึงสถาบัน แสดงให้เห็นเจตนาในการปลุกปั่นให้คนที่มีความคิดเกลียดชังประเทศชาติออกมาแสดงความเห็นโดยไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง ภาพและเนื้อหากระทบกระเทือนต่อความรู้สึกประชาชนจำนวนมากของประเทศที่เคารพเทิดทูนสถาบัน จนอาจนำไปสู่ความไม่พอใจ ความแตกแยก การใช้ความรุนแรงที่กระทบกระเทือนต่อประเทศได้

ส่วนที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นนั้น เห็นว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 34 วรรค 1 บัญญัติว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะ เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของประชาชน”

รัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ดังกล่าวเป็นเหตุผลที่ฝ่ายนิติบัญญัติได้ตรากฎหมายขึ้นไว้โดยเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 (ฉบับที่ 2) มาตรา 14 ให้ยกเลิกความในมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และให้ใช้ข้อความแทนว่า “มาตรา 20 ในกรณีที่มีการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ดังต่อไปนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจยื่นคำร้องพร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลที่มีเขตอำนาจขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นออกจากระบบคอมพิวเตอร์ได้ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามที่กำหนดไว้ในภาค 2 ลักษณะ 1 หรือลักษณะ 1/1 แห่งประมวลกฎหมายอาญา”

ผู้ร้องสามารถจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐ โดยการยื่นคำร้องซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนรวม และรักษาความสงบให้กับประเทศชาติ

ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ระงับการเผยแพร่นั้น ศาลอุทธรณ์เห็นชอบด้วย คำร้องของผู้อุทธรณ์จึงฟังไม่ขึ้น

ขณะที่นายเดชาธรกล่าวหลังฟังคำพิพากษาว่า ยังต้องการที่จะต้อสู้คดีในชั้นฎีกาต่อไป เนื่องจากไม่เห็นพ้องด้วยกับเนื้อความในคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ อาทิ การวินิจฉัยเนื้อเพลง “tututu เลียตีนให้ตาย…” ว่ามีความหมายถึงสถาบัน

ส่วนทนายความได้กล่าวย้ำว่า การที่จะจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญนั้น จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดและเร่งด่วน

คดีดังกล่าว ศูนย์ทนายความฯระบุว่า วันที่ 13 พ.ย.2563 ศิลปินวง R.A.D. ได้เผยแพร่เพลง “ปฏิรูป” ลงบนเว็บไซต์ยูทูบ (YouTube) ซึ่งมีเนื้อหากล่าวถึงปัญหาทางการเมือง โจมตีการบริหารของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และสนับสนุนการปฏิรูปเพื่อสร้างความเป็นธรรม โดยมียอดผู้ชมกว่า 9 ล้านครั้ง

ต้นปี 2564 พบว่าคลิปวิดีโอเพลงดังกล่าวถูกปิดกั้นการเข้าถึง โดยมีข้อความระบุว่า “วิดีโอนี้ไม่สามารถเข้าถึงได้จากโดเมนในประเทศเนื่องจากมีการร้องเรียนทางกฎหมายจากรัฐบาล”

ภาพโดย Rap Against Dictatorship

หลังจากนั้นวง R.A.D. ตัดสินใจคัดค้านคำสั่งปิดกั้นการเข้าถึงดังกล่าว โดยพบว่าเมื่อวันที่ 25 พ.ย.2563 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาขอให้ระงับการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม มีเนื้อหาเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร โดยมีการระบุ URLs ของเพลง “ปฏิรูป” เป็นหนึ่งในสองเนื้อหาที่ขอให้ศาลปิดกั้น จากนั้นในวันเดียวกัน ศาลได้มีคำสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลดังกล่าวทั้ง 2 URLs โดยเป็นการไต่สวนฝ่ายผู้ร้องเพียงฝ่ายเดียว

23 ก.ย.2564 วง R.A.D. และทนายความได้ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งดังกล่าว ยืนยันว่าคำร้องให้ระงับการแพร่หลายดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาฝ่ายเดียว ฝ่ายผู้คัดค้าน ซึ่งเป็นศิลปินเจ้าของผลงาน ไม่มีโอกาสได้โต้แย้ง ทั้งคำสั่งศาลยังเป็นการจำกัดเสรีภาพของบุคคล โดยคำร้องของฝ่ายผู้ร้องก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าข้อความใดที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย โดยผู้คัดค้านเองยืนยันว่าเนื้อหาของเพลงไม่มีลักษณะกระทบต่อความมั่นคงแต่อย่างใด จึงขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว

ในวันเดียวกันกับที่ได้ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่ง ศาลอาญาได้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งระงับการเผยแพร่เพลง “ปฏิรูป” ดังกล่าว โดยระบุว่า “พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำร้องคัดค้านเป็นผลสืบเนื่องมาจากศาลมีคำสั่งรับคำร้องของผู้ร้อง และไต่สวนพยานผู้ร้องฝ่ายเดียว แล้วมีคำสั่งในทันที เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม เห็นควรให้โอกาสผู้คัดค้านได้ยื่นคำคัดค้าน และเข้ามาต่อสู้คดี ในชั้นนี้จึงยังไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นตามคำร้องคัดค้าน อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาตั้งแต่การไต่สวนคำร้อง และคำสั่งศาลฉบับลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง