วันที่ 11 มกราคม 2560 เมื่อเวลา 12.30 น.ที่ศูนย์จักรกลเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายเทพไท เสนพงศ์ นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์และคณะ ได้เดินทางมาให้กำลังใจแม่ครัวที่ทำอาหารสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัย ภายในโรงครัวเฉพาะกิจของเทศบาลนครฯ โดยมี ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนคร นครศรีธรรมราช พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ ซึ่งภารกิจเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะพร้อมคณะ ได้เดินทางไปมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.สิชล ก่อนเดินทางมาเยี่ยมแม่ครัวที่บริเวณศูนย์ดังกล่าว พร้อมกับรับประทานอาหารฝีมือของแม่ครัวที่จัดทำไว้เลี้ยงต้อนรับ ซึ่งประกอบด้วย แกงส้มปลากะพง แกงเลียงบวบ น้ำพริกปลาทู ขนมหวาน

ต่อมาในเวลา 13.30 น.คณะได้เดินทางไปมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยต่อในพื้นที่ ต.มะม่วงสองต้น อ.เมือง อบต.ช้างซ้าย อ.พระพรหม อบต.ชะอวด และบ้านไทรหัวม้า ต.เคร็ง ชะอวด จ.นครศรีธรรมราชตามลำดับ
นางวชิรา ยุพการนนท์ ผอ.สำนักการคลังเทศบาลนครฯ กล่าวว่า โรงครัวเฉพาะกิจดังกล่าวได้จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราวเพื่อประกอบอาหารเลี้ยงแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่แต่ละชุมชนในเขตเทศบาลฯและศูนย์พักพิงชั่วคราววันละ 2 มื้อ กลางวัน,เย็น โดยได้ทำการเปิดศูนย์มาตั้งแต่วันที่ 5-10 ม.ค.60 มีแม่ครัวที่ประกอบอาหารทั้งหมด 8 คน ผลิตอาหารกล่องสำเร็จรูป จำนวน 1หมื่น 2 พันกล่อง/วัน โดยแยกเป็น ศูนย์พักพิง 3พันกล่อง/มื้อ และชุมชน 3 พันกล่อง/มื้อ ใช้งบประมาณไปทั้งสิ้นกว่า 2.1ล้านบาท หลังสถานการเข้าสู่ภาวะปกติศูนย์ดังกล่าวได้หยุดผลิตอาหาร เนื่องจากผู้ประสบภัยพอที่จะสามารถช่วยเหลือตนเองได้แล้ว ประกอบกับทางเทศบาลได้แจกจ่ายถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยอีกทางหนึ่งด้วย

ด้านนางทิพวรรณ อุตระภาค แม่ครัวโดรงครัวเฉพาะกิจเทศบาลฯ กล่าวว่า ตนรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งนี้อย่างมาก ถึงแม่จะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังแต่ไม่เคยคิดน้อยใจ สิ่งที่ได้คือบุญกุศลที่ผู้ประสบภัยให้กลับมา ด้วยคำขอบคุณ เนื่องจากตนคิดอยู่เสมอว่า ตนเดินทางสายเดียวกับในหลวงรัชกาลที่ 9ซึ่งเป็นผู้ที่ปิดทองหลังพระ ไม่จำเป็นต้องออกมาหน้าฉาก สำหรับอุทกภัยในครั้งนี้ถือว่าหนักมาก แม้กระทั่งบ้านของตนเองซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ท่าไร่ อ.เมือง น้ำก็ยังท่วมสูงเช่นกันถึงระดับสะเอว แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตนไม่เคยที่จะหยุดเดินทางมาประกอบอาหารให้กับผู้ประสบภัยได้ประทังชีวิตกัน เพราะคิดอยู่เสมอว่า ยังมีคนอีกหลายพันคนที่ลำบากกว่าเราและรอการช่วยเหลืออยู่

