หน้าแรก การเมือง ก้าวไกล ไล่บี...

ก้าวไกล ไล่บี้รัฐแก้ เด็กขายนมเปรี้ยว กลางสี่แยก ชี้โลกจับตา วราวุธลุกแจง-คุยบริษัท

19.10.23 | 18:54 น.

‘ณัฐวุฒิ’ ก้าวไกล ไล่บี้รัฐแก้ เด็กขายนมเปรี้ยว กลางสี่แยก ชี้โลกจับตา วราวุธลุกแจง-คุยบริษัท ย้ำกำชับ พม. ทำงานเชิงรุก รับตกใจ เพิ่งเข้ามาทำงานปัญหาล้านแปด

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2566 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาวาระกระทู้ถามสด ของ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ลุกถาม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประธานบอร์ดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์แห่งชาติ ถึงปัญหาการใช้แรงงานเด็ก โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้ตอบแทน ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ ลุกอภิปรายว่า ตนตั้งใจจะถามนายกฯ ประธานบอร์ดค้ามนุษย์ฯ แต่เมื่อมอบให้นายวราวุธมา ก็ต้องขอขอบคุณ

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตามสี่แยกจังหวัดต่างๆ พบว่า มีการขายที่หลากหลาย ทั้งพวงมาลัย กล้วยแขก รวมไปถึงบริการเช็ดกระจก แต่ประเด็นที่ตนกังวลที่สุด คือเรื่องการขายนมเปรี้ยว ซึ่งเรื่องนี้เพิ่งเกิดขึ้นหลังสถานการณ์โควิด พบด้วยว่ามีความสัมพันธ์กับความยากจน เรื่องการที่เด็กๆ จะต้องไปโรงเรียน เรื่องความปลอดภัยอื่นๆ ของผู้ใช้ถนน ซึ่งการกระทำที่เกิดขึ้น เด็กทำด้วยตนเอง หรือมีบุคคลอื่นเป็นผู้จ้างวาน หรือให้เด็กเป็นคนกระทำ เป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม นานาอารยประเทศก็จับตาดู อย่างจังหวัดอ่างทอง พบเด็กที่มาขายนมเปรี้ยว โดยใช้เวลาปิดเทอมมาขาย เนื่องจากเป็นหัวหน้าครอบครัว

“คำถามคือเด็กและเยาวชนสามารถขายได้หรือไม่ สามารถใส่เครื่องแบบนักเรียนมาขายได้หรือไม่ สรุปเป็นการมาโดยสมัครใจ หรือมีบริษัท 4-5 บริษัท ตัวแทนจำหน่ายที่อยู่ในระดับภูมิภาคหรือจังหวัด ใช้หรือจ้างวานให้มาขายหรือไม่ รัฐมนตรีมีลูก ผมเองก็มีลูกเล็ก สิ่งที่อยากให้ลูกเราได้รับคือการเข้าศึกษา แต่เห็นหรือไม่ว่า เด็กจำนวนไม่น้อยในประเทศไทย ต้องเข้าสู่การทำงานเร็ว เราจะไปตอบประเด็นเรื่องแรงงานเด็กเรื่องการค้ามนุษย์ได้อย่างไร” นายณัฐวุฒิ กล่าว

จากนั้น นายวราวุธ ชี้แจงว่า ตนทราบดีว่า นายณัฐวุฒิทำประเด็นเรื่องเด็ก และเยาวชนมานานพอสมควร ซึ่งที่ผ่านมา คงทราบว่า กระทรวงรับทราบถึงปัญหาที่มี และได้ดำเนินการถึงมาตรการหลายส่วน ซึ่งตนได้กำชับให้ทำงานเชิงรุก ไม่ว่าจะเป็นงานในสังกัดใด ก็ต้องไปดูการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ส่วนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายบนพื้นที่การจราจรอยู่ 2 ฉบับคือ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กปี 2546 และ พ.ร.บ. การจราจรทางบกปี 2522 ซึ่งการเรี่ยไร-ค้าขายบนผิวจราจร ถือว่า ไม่สามารถทำได้

Advertisement

ในระยะสั้นตนได้กำชับให้ไปดูที่จังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนพื้นที่อื่นกรมกิจการเด็กและเยาวชนได้มีการประสานงานกับทุกหน่วยงาน รวมไปถึงบริษัทนมเปรี้ยวแล้ว เพื่อปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังได้มีบริษัทนมเปรี้ยวรายใหญ่ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังตัวแทนการขายของบริษัทตนเองแล้ว ซึ่งหากฝ่าฝืนก็จะมีอยู่ในเงื่อนไขว่า บริษัทจะลงโทษโดยลดปริมาณสินค้า หรือยกเลิกตัวแทนการขาย

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ส่วนในระยะยาวมีการเสนอให้ปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ให้มีเงื่อนไขให้เหมาะสมตามสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น เช่น การว่าจ้างเด็ก แม้จะเป็นพ่อแม่ก็ไม่ควร หรือแม้แต่จะต้องมีการหาประโยชน์ใดๆจากเด็กนั้น พ่อแม่เองจะต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย ในการเฝ้าดู ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพิจารณาจำนวนเด็กน้อย จากนี้ไปแรงงานก็จะน้อยลงๆ มันเป็นสิ่งที่กระทรวงพยายามสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันครอบครัวเพื่อจะได้เพิ่มปริมาณเด็กเกิดใหม่ในสังคมไทย

จากนั้น นายณัฐวุฒิ ลุกถามต่อว่า ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ยังมีการขายอยู่ ซึ่งส่งผลต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของเด็ก เรื่องนี้เป็นบทสะท้อนความยากจน ซึ่งตามสถิติเรามีผู้ว่างานเป็นจำนวนมาก และมีเด็กอยู่ในครอบครัวของผู้ว่างงาน ถือเป็นความยากจนทับซ้อน ทำให้เด็กหยุดขายไม่ได้ ระบบคุ้มครองเด็กหายไปไหน ไม่จำเป็นต้องรอวงเวียนชีวิตหรือคนมาแจ้ง รวมถึงต้องรอเงินอุดหนุนเด็ก วันนี้ระบบที่ผ่านชุมชน ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น หายไปไหน ในเมื่อรัฐมนตรีมีเจตจำนง ข้าราชการพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ และสภาฯก็มีเจตจำนงเช่นเดียวกัน

ตนขอถามว่า ถ้าเช่นนั้นรัฐบาล จะมีนโยบายมีแผนให้เห็นเป็นรูปธรรม รวมถึงแนวทางมาตรการในการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาไม่ให้เด็กเหล่านี้ ไปขายสินค้าหรือบริการต่างๆ บริเวณสี่แยกหรือท้องถนนได้อย่างไร เพราะเด็กรอไม่ได้ แม้แต่วันเดียว อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยกร่าง พ.ร.บ.เด็กเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยากให้ส่งร่าง พ.ร.บ.เด็กที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ประเดิมสภาฯก่อนจะประชุมสมัยหน้า เอา พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กมาพิจารณาเป็นฉบับแรก เพราะแก้เสร็จแล้ว

ทำให้ นายวราวุธ ชี้แจงว่า ในส่วนของกระทรวง ได้มีการใช้สารสนเทศมาช่วยแล้ว โดยจัดตั้งเป็นศูนย์ ที่ผ่านมาได้มีการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงแล้ว หากไม่ดีควรจะรีบกลับมาปรับปรุง แต่หากดีเราอยากให้ทำงานเพิ่มเราก็ยินดี เราจะจัดให้มีสวัสดิการเด็กและเยาวชนสำหรับครอบครัวยากจน รวมถึงค่าเลี้ยงดูบุตรสำหรับครอบครัวอุปถัมภ์ที่รับเด็กไปเลี้ยง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับหัวหน้าครอบครัว รวมถึงการจัดหาครอบครัวอุปถัมภ์ หรือครอบครัวบุญธรรมที่เหมาะสม และจัดสวัสดิการให้สถานรับรองเด็ก

“ตอนที่เข้ามารับตำแหน่ง เห็นค่าอาหารกลางวันก็ค่อนข้างตกใจ ได้มีการตั้งข้อสังเกตของให้ท่านอธิบดี ตั้งข้อสังเกตไปภายในปีงบประมาณ 67“ นายวราวุธ กล่าว และว่า ส่วนในระยะยาวจัดให้กระทรวงตั้งคณะกรรมการเพื่อมาศึกษาเกี่ยวกับสารอาหาร มีการติดต่อไปยังสำนักงบประมาณ ส่วนการทำงานเชิงรุกที่เป็นรูปธรรม ตนได้ไปเห็นชุมชนรถไฟ ได้เห็นปัญหาหลายอย่าง ก็จะนำหลายหน่วยงานมาบูรณาการร่วมกัน

“ในชุมชนนั้นปัญหาล้านแปดจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นหนี้สินรายได้ไม่พอ ที่อยู่ไม่มั่นคง ทุนการศึกษา พ่อแม่ไม่สามารถเลี้ยงดูลูกได้ สุรา ปัญหาต่างๆเยอะจริงๆ เราก็มีการบูรณาการกับหน่วยงาน หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องร่างพ.ร.บ.เด็ก ผมก็ยินดีหากมีการเสนอ ผมคิดว่า เป็นนิมิตหมายที่ดี หากได้รับคำเสนอแนะจากฝ่ายค้าน เพื่อให้พ.ร.บ.นี้ สมบูรณ์ที่สุดและเร่งเสนอต่อสภาในสมัยการประชุมหน้า” นายวราวุธ กล่าว