ฟังความ 2 ด้าน ‘บุ้ง-หยก-เจ้าหน้าที่’ วุ่นในรั้วศาลอาญา หลังร่วมลุ้นคดี ‘อดีตสามเณรโฟล์ค’
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีศาลอาญากรุงเทพใต้นัดฟังคำพิพากษาคดี โฟล์ค สหรัฐ หรือ อดีตสามเณรโฟล์ค ปราศรัยใน #ม็อบ21พฤศจิกา63 โดยเห็นว่าผิดตาม ม.112 ลงโทษจำคุก 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ ลดเหลือจำคุก 2 ปี ต่อมา เวลา 13.25 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว “โฟล์ค” ระหว่างอุทธรณ์คดี โดยให้วางหลักทรัพย์ 300,000 บาท
พร้อมกำหนดเงื่อนไขประกันตัวห้ามออกนอกราชอาณาจักร นอกจากขออนุญาตศาล, ห้ามชุมนุมอันจะทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, ห้ามกระทำการใดๆ อันจะทำให้เสื่อมเสียต่อสถาบัน
ทั้งนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า คดีดังกล่าว อดีตสามเณรโฟล์ค ซึ่งเป็นสมาชิกแนวร่วมราษฎรศาลายาเพื่อประชาธิปไตย ถูกอัยการสั่งฟ้องในความผิดมาตรา 112 จากการปราศรัยใน ม็อบ “บ๊ายบายไดโนเสาร์” ที่จัดโดยกลุ่มนักเรียนเลว เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) สถานีสยาม
อย่างไรก็ดี ในการอ่านคำพิพากษาวันนี้ หยก ธนลภย์ เยาวชน เปิดเผยทางเฟซบุ๊ก Thanalop Phalanchai ว่า ตน รวมทั้ง บุ้ง ทะลุวัง ได้เดินทางไปที่ศาลอาญาด้วย
หยกระบุทางเฟซบุ๊กว่า ไปฟังคำพิพากษาคดีอาญา มาตรา 112 พี่โฟล์ค Folk Saharat ศาลตัดสินจำคุก 2 ปี พอพี่เขาถูกส่งไปยังห้องควบคุมตัว หนูไปตะโกนเรียกชื่อ พยายามคุยกับพี่เขา เจ้าหน้าที่ไม่พอใจการกระทำหนู หนูเลยรีบคุยจนจะกลับออกมาแล้ว แต่เจ้าหน้ามาแตะตัวหนู พี่บุ้งเข้ามากันไม่ให้เขาทำ

จากนั้นมาจนถึงหน้าศาลได้เกิดเหตุถกเถียงกับเจ้าหน้าที่ เขาตีพี่บุ้งด้วยไม้ พี่บุ้งยกศอกขึ้นกันทำให้ไม่โดนหน้า โดนหัว แขนพี่บุ้งเลือดไหล
ต่อมาเจ้าหน้าที่คนนั้นก็บอกว่าจะให้ศาลดำเนินคดีละเมิดอำนาจศาลกับทำร้ายเจ้าหน้าที่กับพี่บุ้งและหยก และอ้างว่ามีอำนาจทุกอย่างในศาลนี้ เขาพูดว่าในตอนนี้ได้แจ้งศาลแล้ว
อย่างไรก็ตาม โลกโซเชียล ได้แชร์คลิปเหตุการณ์ระหว่างบุ้งและเจ้าหน้าที่วิวาทะกันในเขตศาล โดยบุ้งบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า “แตะต้องตัวหยกก่อน” จากนั้นเตะไปที่เจ้าหน้าที่ 1 ครั้ง ก่อนจะโดนโต้กลับด้วยกระบอง กระทั่งบุ้งมีเลือดไหล และทั้ง 2 ฝ่ายมีปากเสียงกันต่อเนื่อง
ล่าสุด สื่อศาล ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลข่าวสารของศาลยุติธรรมทวีตข้อควาทาง X ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ดังนี้
“วันนี้ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้มีเยาวชนหญิงปีนรั้วเข้าศาลเพื่อทำคอนเทนต์ ทั้งที่ไม่ได้ปิดประตู ตำรวจศาลจึงห้ามปราม แต่กลุ่มที่มาด้วยพยายามหาเรื่องยั่วยุ ผลักอกและเตะ ตำรวจศาลจึงจำเป็นต้องใช้กระบองขู่ตามหลักยุทธวิธี แต่ไม่หยุด ตำรวจศาลจึงจำเป็นต้องใช้กระบองตีเพื่อระงับเหตุและป้องกันตัว
“จากนั้นจึงให้ตำรวจท้องที่ควบคุมตัวนำเพื่อไต่สวนละเมิดอำนาจศาล แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุอ้างจะไปทำแผลและเดินออกจากศาลไป เจ้าพนักงานตำรวจเห็นว่าเป็นสิทธิที่จะขอไปรักษาตัวจึงไม่ได้ขัดขวาง”




อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

