09.00 INDEX คำถาม กองทัพเรือ กลาโหม จากเรือดำน้ำ ถึง เรือฟรีเกต
จังหวะแห่งการแปรเปลี่ยนจาก “เรือดำน้ำ” ไปยัง “เรือฟรีเกต” ทำท่าว่าจะเป็น “ทางออก” ทำท่าว่าจะราบรื่น ไม่ว่าจะมองจากด้านของจีน ไม่ว่าจะมองจากด้านของไทย
แม้จะยังไม่แจ่มชัดจาก นายสุทิน คลังแสง กระนั้น สีหน้าและดวงตาที่เปล่งประกายวิบ วิบ กำลังเป็นคำถาม
ยิ่งมีแนวโน้มในลักษณะอันเป็นการขานรับจากกองทัพเรือ ยิ่งทำให้เกิดความสงสัย ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนกับเอา “เรือฟรีเกต” มากลบทับ “เรือดำน้ำ”
นั่นก็คือ เท่ากับเป็นการรับรองให้กับความชอบธรรมที่เคยผุด พร่างขึ้นมาก่อนหน้านี้ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ว่า หากได้เรือ “ปราบ” เรือดำน้ำจะไม่ดีกว่าหรือ
ทุกอย่างอาจเป็นเรื่องง่ายเมื่อปัญหาตกมาอยู่ในมือของ นายสุทิน คลังแสง ซึ่งเคยแสดงความยอดเยี่ยมระหว่างเล่นบทนัก การเมืองนั่นก็คือ ทำ “เรื่องยาก” ให้เป็น “เรื่องง่าย”
ด้วยความสามารถของ “ครู” ทั้งยังเป็นครูที่ติดดิน แนบแน่น
กับชาวบ้าน แนบแน่นอยู่กับนักเรียนในระดับประถมที่ต้องการคำอธิบายในเชิงรูปธรรม
คำถามก็คือ เรื่องของ “เรือดำน้ำ” ง่ายราวปอกกล้วยจริงหรือ
ปมหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างมากคือรายละเอียดของการเจรจา รายละเอียดของการทำข้อตกลงในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐ บาลระหว่างจีนกับไทย
เริ่มต้นจากความเข้าใจร่วมกันที่เครื่องยนต์ของ “เรือดำน้ำ” ต้องเป็นเทคโนโลยีของ “เยอรมนี”
แล้วความเป็นจริงที่ปรากฏต่อมาคืออะไร
คือข้อห้ามอันเป็นความตกลงร่วมของสหภาพยุโรปก็คือประ เทศในเครือสมาชิกจะไม่มีการขาย “ยุทโธปกรณ์” ให้กับจีน ถามว่า จีนรู้หรือไม่ ถามว่าไทยรู้หรือไม่
ข้อตกลงนี้เป็นหลักการแห่ง “สหภาพยุโรป” ที่มีต่อจีนตั้งแต่กรณี “เทียนอันเหมิน” เป็นต้นมา และไม่เคยแปรเปลี่ยน ตรงนี้ต่างหากคือ “ปัญหา” ตรงนี้ต่างหากคือ “ชนัก” ปักหลัง
คำถามก็คือหากเป็น “ฟรีเกต” แล้วที่เตรียมสำหรับ “เรือดำน้ำ” จะทำอย่างไร
จำเป็นต้องยอมรับว่า กรณีของ “เรือดำน้ำ” เป็นเรื่องตั้งแต่ยุคคสช. เป็นความต่อเนื่องของนายกรัฐมนตรีคนก่อน เป็นเรื่องของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนก่อน
เป็นเรื่องของความผิดพลาดบนฐานแห่งการเสียรู้ในข้อตกลง
เป็นเรื่องที่จะต้องมีการตรวจสอบ เป็นเรื่องที่จะต้องมีการศึก ษาทำความเข้าใจเพื่อที่จะได้ไม่ทำความผิดพลาดอีก
นี่มิได้เป็นเรื่องประเภท “เต่าใหญ่ไข่กลบ”อย่างแน่นอน

