09.00 INDEX จังหวะรุกผ่านรูปประชามติ รุกรัฐธรรมนูญจากก้าวไกล
การที่สภาผู้แทนราษฎรบรรจุญัตติ “ประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ที่เสนอโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุและพรรคก้าวไกลเป็นอันดับ 1 ในการประชุมวันที่ 25-26 ตุลาคม
ไม่เพียงแต่สะท้อนวาระอย่างเป็นปรกติแห่งระบบรัฐสภา หากแต่ยังเป็นรูปธรรมแห่ง “การรุก” ของพรรคก้าวไกล
ที่ว่าเป็นวาระอย่างเป็นปรกติเนื่องจากการเสนอญัตติในลักษณะอันเป็น “ประชามติ” เช่นนี้ดำเนินได้ 3 แนวทาง 1. ครม. 2.ประชาชนเข้าชื่อ 50,000 เสนอครม.อนุมัติ
และ 3. สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้เสนอ พรรคก้าวไกลเลือกหนทาง ที่ 3 เสนอให้มีการจัดทำประชามติด้วยคำถาม
“ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า ประเทศไทยควรมีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับแทนที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ฉบับปัจจุบันโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.)ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน”
นี่ย่อมเป็นบทบาทของ “ฝ่ายค้าน” นี่ย่อมเป็นการรุกอย่างสะท้อนลักษณะสร้างสรรค์โดย “พรรคก้าวไกล” รุกโดยตรงไปยังรัฐบาลรุกโดยตรงไปยังพรรคเพื่อไทย
นี่ย่อมเป็นการรุกเพื่อสร้าง “จุดต่าง” ในทาง “การเมือง”
ต้องยอมรับว่าการเสนอญัตติของพรรคก้าวไกล ต้องยอมรับว่าการบรรจุเป็นญัตติอันดับ 1 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 25-26 ตุลาคม เกิดขึ้นในสถานการณ์สำคัญ 2 สถานการณ์
สถานการณ์ 1 คือ การเสนอรายชื่อประชาชนจำนวนกว่า 2 แสนรายชื่อผ่านกกต.ไปยังรัฐบาลในเรื่อง “ประชามติ”
สถานการณ์ 1 คือ คำสั่งนายกรัฐมนตรีจัดตั้ง “คณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติและแนวทางร่างรัฐธรรมนูญ” มอบหมาย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
ความเป็นจริงที่เห็นอยู่ ณ เบื้องหน้าก็คือ การเสนอรายชื่อของภาคประชาชนกว่า 2 แสนรายชื่อยังไม่ได้รับการพิจารณาจากรัฐบาลอย่างจริงจัง
ขณะเดียวกัน จากการประชุมของคณะกรรมการคำตอบของรัฐบาลในเรื่อง “ประชามติ”จะได้ในต้นปี 2567
การประชุมเพื่อพิจารณาญัตติที่เสนอโดยพรรคก้าวไกลจึงสะท้อนความคืบหน้าเพื่อหยั่งท่าทีไปยัง 1 คณะกรรมการของรัฐบาล 1 แนวโน้มในการพิจารณาข้อเสนอจากภาคประชาชน
ท่าทีของรัฐบาล ท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลจึงมีความสำคัญ
อย่างน้อยที่สุดข้อเสนอที่มีรายชื่อประชาชนรองรับมากกว่า 2 แสนรายชื่อก็ทรงความหมาย อย่างน้อยการรุกของพรรคก้าวไกลจำเป็นต้องได้คำตอบจากรัฐบาล
เป็นคำตอบว่าจะเห็นชอบญัตติหรือไม่ เป็นคำตอบว่าจะปัดปฏิเสธญัตตินี้อย่างไร

