‘เศรษฐา’ ห่วง วอนแรงงานไทยกลับด่วน เตือนอยู่ต่อเสี่ยง อพยพยาก แจ้งทูตอิสราเอลนายจ้างยื้อ ยืดจ่ายเงิน หวังถ่วงเวลาหนี
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินความไม่สงบในอิสราเอล-กาซา เพื่อติดตามความคืบหน้าในการช่วยเหลือแรงงานไทยที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศ โดยมี นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ใช้เวลาประชุมเพียง 20 นาที
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์หลังจบการประชุมว่า เป็นการประชุมติดตามความคืบหน้าของสงครามฮามาสกับอิสราเอล ข้อมูลปัจจุบันมีผู้แสดงความประสงค์จะกลับไทย 8,500 คน ถึงวันนี้กลับมาได้ประมาณกว่า 3 พันคน ขีดความสามารถในการนำคนไทยกลับมาได้ประมาณ 800 คนต่อวัน และเพิ่มได้อีก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีคนเปลี่ยนใจไม่กลับมาเยอะเหมือนกัน เหตุผลหลักคือนายจ้างอิสราเอลดึงเรื่องการจ่ายเงินไปเป็นวันที่ 10 พฤศจิกายน และมีการเพิ่มค่าจ้างเพื่อเป็นแรงจูงใจให้แรงงานไทยอยู่ แต่ทางเราได้ประชุมกันแล้วยืนยันว่าแม้ว่าข่าวเรื่องการถล่มจะเบาบางลงไป แต่จริงๆ แล้วความเข้มของสงครามไม่ได้ลดลงไปเลย มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น และอาจจะขยายวงอีกบางประเทศที่ใกล้เคียงด้วย
“ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงจริงๆ เป็นอะไรที่เรามั่นใจว่าคงจะเลวร้ายลงไปขนาดเรียกว่ายังไม่มีเรื่องของการปฏิบัติการภาคพื้นดินเลย มีข่าวว่าจะมีการปฏิบัติการภาคพื้นดินในอีก 2-3 วันนี้ ขอเตือนพี่น้องว่ากลับมาเถอะครับ ถ้าเกิดมีการปฏิบัติการภาคพื้นดิน การเดินทางเข้าสู่ศูนย์อพยพเพื่อที่จะไปสนามบินก็จะลำบาก ทั้งนี้ ผมจะโทรศัพท์หาเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ ละเอียดอ่อน อย่าเอาเรื่องเงินมาแลกกับชีวิตของคนไทย ต้องขอร้อง” นายเศรษฐากล่าว
นายเศรษฐากล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานรับปากจะไปดูแลแรงงานที่กลับเข้ามา โดยเพิ่มแรงจูงใจให้รีบกลับเข้ามา เพราะคนที่กลับเข้ามาได้ประมาณ 15,000 บาท ก็จะมีการเพิ่มค่าแรงให้อีก เพื่อให้กลับเข้ามาได้อีกเป็นจำนวนที่มากขึ้น ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็เป็นห่วงและช่วยคิดวิธีการที่เวลาแรงงานไทยกลับเข้ามาแล้วจะให้ทำงานอะไร
ขณะที่นายจักรพงษ์ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าแรงงานไทยที่เสียชีวิต ว่า ตอนนี้ต้องประสานงานหลายๆ ทาง ยังไม่มีความแน่ชัดว่าเป็นใคร คงต้องเริ่มเก็บดีเอ็นเอเพื่อตรวจสอบ ส่วนความยากในการพิสูจน์อัตลักษณ์นั้นเราต้องดึงเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการยืนยันตัวตนของแรงงาน ตนได้คุยกับกับสถาบันนิติเวชฯที่ไทยแล้ว ซึ่งยอมรับแนวทางการดำเนินการของอิสราเอล

