‘บิ๊กทิน’ เรียกถกปมเรือฟริเกตบ่ายนี้ เผยจ่อบินจีนเจรจาอีกครั้ง ให้ชัดก่อนข้อตกลงหมดอายุ พ.ย.นี้ ย้ำไทยต้องไม่เสียประโยชน์
เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 24 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีสัญญาจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนเป็นเรือฟริเกต ในราคา 17,000 ล้านบาทแทนนั้น ว่าเรือฟริเกตของจีนราคาอยู่ที่ 14,000 ล้านบาท ส่วนราคา 17,000 ล้านบาท เป็นการตั้งราคาไว้ในงบประมาณปี 2567 ซึ่งเป็นการตั้งเผื่อไว้สำหรับเรือฟริเกตยุโรป และขณะนี้กองทัพอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเอาของชาติใด โดยจะมีการพูดคุยกันในช่วง 14.00 น.วันนี้ เนื่องจากมีการตั้งโครงการจัดซื้อเรือฟริเกตไว้อยู่แล้ว
เมื่อถามถึงเรือฟริเกตที่จะมาแทนเรือดำน้ำ ซึ่งเป็นสัญญาเดิมนั้น นายสุทินกล่าวว่า เรากำลังจะไปต่อรองราคา หากจีนยินยอม ราคาอาจจะลดลงต่ำกว่า 14,000 ล้านบาท
เมื่อถามว่า จีนผิดเงื่อนไขในสัญญาจะต้องขอการปรับอะไรหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า สัญญามี 2 แบบ หากทำกับเอกชนจะถือว่าผิดสัญญาซื้อขาย แต่สัญญานี้เป็นแบบรัฐต่อรัฐในรูปแบบข้อตกลง ซึ่งมีการเขียนแนบท้ายว่า หากฝ่ายใดไม่สามารถดำเนินการตามข้อตกลงก็ให้มีการเจรจากันได้ เมื่อจีนไม่สามารถทำตามข้อตกลงได้ ก็ต้องมีการเจรจาเพื่อไม่ให้เราเสียผลประโยชน์ จะมีการเจรจาให้เราได้ประโยชน์ที่สุด
เมื่อถามว่า ดูตามข้อกฎหมายแล้วสามารถทำได้หรือไม่ หากจะเปลี่ยนจากเรือดำน้ำเป็นเรือฟริเกต นายสุทินกล่าวว่า จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีการแก้ข้อตกลงเพราะไม่ใช่สัญญา แต่เป็นการทำข้อตกลงในระดับกองทัพ
เมื่อถามต่อว่า การแก้ข้อตกลงกับเริ่มโครงการใหม่อะไรจะยากกว่ากัน นายสุทินกล่าวว่า ก็ต้องมีการแก้ของเก่าให้เป็นของใหม่ ซึ่งเดิมตกลงเป็นเรือดำน้ำก็จะขอแก้เป็นเรือฟริเกต
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เสนอว่าไทยควรมีการขอเงินที่จ่ายไปแล้วคืน หรือแลกกับผลประโยชน์อื่นๆ นายสุทินกล่าวว่า ของเดิมลองเจรจาบนพื้นฐานข้อตกลงเดิมก่อน หากไม่บรรลุผลค่อยว่ากันถึงตรงนั้น อย่างไรก็ตาม เรื่องข้อตกลงแบบรัฐต่อรัฐมีมิติเรื่องความร่วมมือหลายด้าน หากจะยกเลิกไปเลยก็อาจกระทบความร่วมมือด้านอื่น และความสัมพันธ์ด้วย ต้องคิดให้คุ้ม ซึ่งการเดินทางไปเยือนจีนที่ผ่านมาเราได้รับความร่วมมือจากจีนมากมาย หากใครจะไปหักเรื่องใดเรื่องหนึ่งอาจทำให้เสียประโยชน์ด้านอื่นได้
เมื่อถามว่า ได้มีการวางกรอบระยะเวลาในการเจรจาเรื่องนี้ไว้หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ในช่วงบ่ายสองวันนี้ได้เชิญกองทัพเรือและกลาโหมมาหารือ เพราะในเร็วๆ นี้จะเดินทางไปจีนอีกครั้ง เพราะในข้อตกลงจะหมดอายุในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ จึงจะต้องเร่งเจรจาให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ต้องรอทางจีนด้วยว่าพร้อมเจรจาหรือไม่
“ยืนยันว่าการเปลี่ยนจากเรือดำน้ำเป็นเรือฟริเกตเป็นการเสนอโดยกองทัพเรือ เพราะกองทัพเรือรู้ดีว่าการนำเข้าเครื่องยนต์จากเยอรมันนั้น ปิดประตูสนิทแล้ว จึงเสนอเปลี่ยนเป็นเรือฟริเกต ส่วนจะพอใจหรือไม่นั้นเรื่องนี้กองทัพเป็นผู้เสนอมาเอง และต้องสนองนโยบายรัฐบาล เชื่อว่าภายใน 1 เดือนจากนี้จะมีความคืบหน้าในเรื่องนี้ก่อนหมดอายุข้อตกลง” นายสุทินกล่าว

