ครม.รับทราบแนวทางแก้ฝุ่น PM2.5 พร้อมมอบหน่วยงานศึกษาเพิ่ม พร้อมรายงานผลภายใน 30 วัน
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.รับทราบข้อเสนอแนะมาตรการหารือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เกี่ยวกับปัญหาภาวะทางอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ 8 จังหวัด ภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ และพะเยา โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5
นางรัดเกล้ากล่าวต่อว่า เนื่องด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เห็นว่าปัญหามลภาวะทางอากาศมีผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนในวงกว้าง และยังคงมีข้อจำกัดและอุปสรรคที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ดังนี้ 1.ให้ศึกษาปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการกระจายอำนาจการบริหารจัดการสถานการณ์ไปยังองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และดำเนินการขจัดอุปสรรคต่างๆ 2.ทบทวนนโยบายห้ามเผาเด็ดขาด คำนึงถึงบริบทเชิงพื้นที่และความจำเป็นของประชาชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และ 3.พิจารณาจัดทำตัวชี้วัดที่ทุกภาคส่วนเห็นพ้อง เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการปรับปรุงแก้ไขการบริหารจัดการมลภาวะทางอากาศ
นางรัดเกล้ากล่าวอีกว่า โดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงคมนาคม, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงมหาดไทย, สาธารณสุข, สำนักงบประมาณ, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอดังกล่าว โดยให้กระทรวง ทส. สรุปผลพิจารณาหรือผลการดำเนินการดังกล่าวในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลค.) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเพื่อนำเสนอ ครม.ต่อไป

